Home ความรู้เรื่องพลังงาน บทความเรื่องพลังงาน เปิดความจริง !! สิ่งที่ GreenPeace อาจจะยังไม่รู้

เปิดความจริง !! สิ่งที่ GreenPeace อาจจะยังไม่รู้

เปิดความจริง !! สิ่งที่ GreenPeace อาจจะยังไม่รู้

กฟผ. ชี้แจง ราคาประมูล โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ 

article 20160803 1

แถลงการณ์ของกรีนพีซ กรณี กฟผ. เปิดซองประกวดราคาโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่และท่าเทียบเรือถ่านหิน http://www.greenpeace.org/seasia/th/press/releases/coal-plant-bidding การพิจารณาเลือกราคาก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ต่ำสุด สร้างความกังวลถึงประสิทธิภาพและการกำกับดูแลผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ อ้างข้อมูลที่ระบุว่า โรงไฟฟ้าถ่านหิน ขนาด 600 เมกะวัตต์ ที่มีการควบคุมมลพิษที่เข้มงวด ค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะอยู่ในราว 6.028 หมื่นล้านบาท ในขณะที่โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ผู้เสนอราคาต่ำสุด 3.2 หมื่นล้านบาท และการที่บริษัทที่เสนอราคาต่ำสุดเป็นประเทศจีน การที่โครงการตั้งอยู่ในพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม และท่าเทียบเรือขนถ่ายถ่านหินตั้งอยู่ในพื้นที่ชุ่มน้ำปากแม่น้ำกระบี่ ขัดต่อนโยบายของจีน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวมีความคาดเคลื่อน กฟผ. จึงขอชี้แจงเพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เป็นประเด็นๆ ดังนี้

  1. การพิจารณาเลือกราคาก่อสร้างของโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ต่ำสุดยังสร้างความกังวลถึงประสิทธิภาพและการกำกับดูแลผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่จะเกิดขึ้น ซึ่งจากข้อมูลInternational Energy Agency ระบุว่าในกรณีของโรงไฟฟ้าถ่านหิน ขนาด 600 เมกะวัตต์ ที่มีการควบคุมมลพิษที่เข้มงวด ค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะอยู่ในราว 6.028 หมื่นล้านบาท ในขณะที่โตรงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ขนาด 870 เมกะวัตต์ซึ่งกิจการร่วมค้า Power Construction of China and ITD เสนอไว้ที่ 3.2 หมื่นล้านบาท

ตอบ

1.1 ตามแหล่งข้อมูล International Energy Agency ปี 2013 ที่อ้างนั้น มีการระบุว่าต้นทุนค่าก่อสร้างของโรงไฟฟ้าถ่านหิน Ultra- supercritical ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงราคารวมประมาณ 17,000-53,000 ล้านบาท สำหรับโรงไฟฟ้าขนาด 600 เมกะวัตต์ (อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 35 บาท/1 USD) โดยกรีนพีซระบุเป็นราคา 33,420 ล้านบาท ซึ่งจากการตรวจสอบราคาดังกล่าวเป็นราคาที่รวมอุปกรณ์ควบคุมมลภาวะตามมาตรฐานสากลแล้ว คือ FGD (ระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์) SCR (ระบบควบคุมก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน) ESP (อุปกรณ์ดักจับฝุ่น) โดยขณะนั้นราคาน้ำมันดิบประมาณ $ 71.25-82.42 ต่อบาร์เรล

article 20160803 2

1.2 กรีนพีซได้มีการบวกราคาซ้ำเพิ่มเติมจากข้อมูลของ NESCAUM (2011) โดยราคาที่อ้างอิงเป็นราคาตามมาตรฐานของประเทศสหรัฐอเมริกา สำหรับค่าใช้จ่ายของโรงไฟฟ้าถ่านหินในการติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมมลภาวะต่างๆ อาทิ FGD (ระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์) ทำให้ราคาอุปกรณ์ เพิ่มอีก 13,400 ล้านบาท SCR (ระบบควบคุมก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน) ทำให้ราคาอุปกรณ์ เพิ่มอีก 10,000 ล้านบาท และ ESP (อุปกรณ์ดักจับฝุ่น) ทำให้ราคาอุปกรณ์ มีราคาเพิ่มอีก 3,360 ล้านบาท รวมเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากข้อ 1.1 อีกเป็นเงิน 26,860 ล้านบาท ทำให้ราคาโรงไฟฟ้าของกรีนพีซที่ระบุมากลาย เป็น 60,280 ล้านบาท แทนที่จะเป็น 33,420 หมื่นล้านบาท

1.3 ราคาประมูลประมาณ 32,300 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่มีอุปกรณ์และงานเป็นไปตามตามข้อกำหนด มาจากการประกวดราคาในระดับนานาชาติ (International Bidding) โดยเป็นเทคโนโลยีสะอาดที่รวมอุปกรณ์ควบคุมมลภาวะตามมาตรฐานสากลแล้ว คือ FGD (ระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์) SCR (ระบบควบคุมก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน) ESP (อุปกรณ์ดักจับฝุ่น) รวมทั้งระบบกำจัดสารปรอท ซึ่งเป็นราคาใกล้เคียงกับโรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีสะอาดทั้งของเอกชนในประเทศไทย และในภูมิภาคอาเซียน (ขณะนี้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีราคาประมาณ $ 45.37-48.27 ต่อบาร์เรล) โดยผู้เข้าประกวดราคาอีกรายหนึ่งเสนอราคาประมาณ 34,900 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามขณะนี้ กฟผ. ยังอยู่ระหว่างการเจรจากับบริษัทฯ ในรายละเอียดต่างๆทุกด้านและพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อให้มีการดำเนินโครงการตามรายละเอียดด้านเทคนิคเพื่อให้โรงไฟฟ้ามีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด และอยู่ในมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด

2. การที่โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ตั้งอยู่พื้นในที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม และท่าเทียบเรือขนถ่ายถ่านหินตั้งอยู่ในพื้นที่ชุ่มน้ำปากแม่น้ำกระบี่ซึ่ง มีความสำคัญในระดับนานาชาติ หากบริษัทพาวเวอร์ คอนสตรัคชั่น คอร์เปอเรชั่น ออฟ ไชน่า (Power Construction Corporation of China) ชนะการประมูล จะต้องตระหนักว่าการดำเนินการก่อสร้างโครงการนั้น ขัดต่อนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของตน (2) ที่หลีกเลี่ยงการพัฒนาโครงการพลังงานในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เขตมรดกโลก ถิ่นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในภาวะคุกคาม และพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญในระดับนานาชาติ (RAMSAR-listed wetlands)

ตอบ

กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงปกป้องสิ่งแวดล้อมแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประกาศแนวทางและคู่มือด้านสิ่งแวดล้อมในการลงทุนและความร่วมมือต่างประเทศ (Guidelines for Environmental Protection in Foreign Investment and Co-operation) ที่มีผลกับกิจการทุกประเภทที่ดำเนินงานนอกประเทศจีน และออกบังคับใช้เมื่อ วันที่ 1 มีนาคม 2556 นั้น มุ่งเน้นให้บริษัทของจีนที่ดำเนินโครงการในต่างประเทศให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบและกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศที่ตั้งโครงการอย่างเคร่งครัด มิได้ห้ามบริษัทของจีนพัฒนาโครงการในลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นการเฉพาะแต่อย่างใด

เมื่อเปรียบเทียบข้อกำหนดการปลดปล่อยมลสารของโครงการโรงไฟฟ้ากระบี่กับโรงไฟฟ้าถ่านหินของประเทศเพื่อนบ้านและข้อกำหนดตามกฎหมายไทยเป็นดังแสดงในตารางที่ 1

article 20160803 4

โรงไฟฟ้ากระบี่ที่แม้จะปล่อยมลสารออกมา แต่ได้มีการควบคุมให้การปลดปล่อยมลสารที่ออกมาดีกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดในประเทศไทยและดีกว่าข้อกำหนดโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่ๆ ของประเทศเพื่อนบ้านที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในระยะเวลาใกล้เคียงกัน

article 20160803 3

ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ฝุ่นละออง รวมไปถึงโลหะหนัก ที่ถูกปล่อยออกมาจากโรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีสะอาดของ กฟผ. ได้ถูกควบคุมโดยมาตรฐานสิ่งแวดล้อมของหน่วยงานราชการต่างๆ ได้แก่ กรมควบคุมมลพิษ กรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ (สผ.) และก่อนการดำเนินโครงการต้องจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) เสนอขอความเห็นชอบจากสำนักนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม (สผ.) ตามขั้นตอน โดยต้องผ่านการกลั่นกรองจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) พิจารณารายงานฯ ที่ได้พิจารณาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยละเอียดรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบทางอากาศ น้ำทะเล เสียง ประชากรโดยรอบ รวมถึงสัตว์ และพืชต่างๆ

นอกจากนี้ ตลอดเวลาการเดินเครื่องของโรงไฟฟ้านั้น มลสารที่ปล่อยออกมาจากโรงไฟฟ้าถ่านหินของ กฟผ. มีการควบคุมและติดตามผลตลอดเวลาโดยจะต้องมีการเชื่อมต่อข้อมูลที่ตรวจวัดได้แบบ Real-Time ไปยังกรมควบคุมมลพิษ และกรมโรงงานอุตสาหกรรม ถ้าค่ามลสารต่างๆ เกินค่ามาตรฐาน โรงไฟฟ้าจะต้องหยุดเดินเครื่องทันทีเพื่อมาแก้ไขอุปกรณ์ควบคุมมลสารต่างๆจนกระทั่งค่ามลสารที่ปลดปล่อยมาอยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่ามาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด จึงจะสามารถเดินเครื่องได้ใหม่

www.BalanceEnergyThai.com

Leave a Reply

Leave a Reply