Home ประเด็นร้อน เผย !! ดัชนีคุณภาพอากาศ “แม่เมาะ” อากาศดี – ดีมาก

เผย !! ดัชนีคุณภาพอากาศ “แม่เมาะ” อากาศดี – ดีมาก

กรมควบคุมมลพิษตรวจวัดคุณภาพอากาศพบ “อ.แม่เมาะ” อากาศดี – ดีมาก
ยืนยันการทำเหมืองไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ

หลังจากที่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประสบกับสถานการณ์ ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM2.5) เกินค่ามาตรฐาน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งทุกหน่วยงานต่างก็เร่งหามาตรการแก้ไขปัญหาเป็นการเร่งด่วน

จากการติดตามข้อมูลมาอย่างต่อเนื่องจากสถานีตรวจวัดทั้ง 3 แห่งในพื้นที่ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง คือ สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ ต.สบป้าด, สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ ต.บ้านดง และสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ ต.แม่เมาะ ย้อนหลังตั้งแต่เดือนธันวาคม 2561 จนถึงปัจจุบัน (18 มกราคม 2562) พบว่า ดัชนีตรวจวัดคุณภาพอากาศ (AQI : Air Quality Index) ในพื้นที่แม่เมาะ และจังหวัดลำปาง โดยรวมอยู่ในระดับคุณภาพดีถึงดีมาก ในขณะที่ดัชนีตรวจวัดคุณภาพอากาศของจังหวัดสระบุรี และกรุงเทพมหานคร พบว่า คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับคุณภาพปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (ตาราง 1)

โดยข้อมูลล่าสุด เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2562 เวลา 09.00 น. รายงานจากกรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ ต.สบป้าด, ต.บ้านดง และ ต.แม่เมาะ พบว่าดัชนีตรวจวัดคุณภาพอากาศ (AQI) มีค่า 18, 16 และ 25 ตามลำดับ ซึ่งถือว่าทั้ง 3 สถานี มีคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์คุณภาพดีมาก

“แม้ว่าเหมืองแม่เมาะจะมีการทำงานตลอด 24 ชั่วโมง แต่จากข้อมูลดัชนีตรวจวัดคุณภาพอากาศแสดงให้เห็นว่ากิจกรรมการทำเหมืองและโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ อ.แม่เมาะ ไม่ได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ โดยปกติสภาพอากาศในพื้นที่แม่เมาะ จะเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพในช่วงเดือน มีนาคม – เมษายน ซึ่งสาเหตุมาจากในฤดูแล้งจะมีการเผาป่า และเศษวัสดุทางการเกษตรเป็นจำนวนมาก ถือเป็นสภาพปกติของพื้นที่ภาคเหนือ”

ดัชนีคุณภาพอากาศ (Air Quality Index : AQI) ของกรมควบคุมมลพิษ เป็นการรายงานข้อมูลคุณภาพอากาศในรูปแบบที่ง่ายต่อความเข้าใจของประชาชนทั่วไป เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้สาธารณชนได้รับทราบถึงสถานการณ์มลพิษทางอากาศในแต่ละพื้นที่ว่าอยู่ในระดับใด มีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยหรือไม่

โดยดัชนีคุณภาพอากาศ 1 ค่า ใช้เป็นตัวแทนค่าความเข้มข้นของสารมลพิษทางอากาศ 6 ชนิด ได้แก่ ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10), ก๊าซโอโซน (O3), ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO), ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2), ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) และ ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ที่เป็นฝุ่นที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน เกิดจากการเผาไหม้ทั้งจากยานพาหนะ การเผาวัสดุการเกษตรไฟป่า และกระบวนการอุตสาหกรรม สามารถเข้าไปถึงถุงลมในปอดได้ เป็นผลทําให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ และโรคปอดต่างๆ หากได้รับในปริมาณมากหรือเป็นเวลานานจะสะสมในเนื้อเยื่อปอด ทําให้การทํางานของปอดเสื่อมประสิทธิภาพลง ทําให้หลอดลมอักเสบ มีอาการหอบหืด

ทั้งนี้ ดัชนีคุณภาพอากาศของประเทศไทยแบ่งเป็น 5 ระดับ คือ ตั้งแต่ 0 ถึง 201 ขึ้นไป ซึ่งแต่ละระดับจะใช้สีเป็นสัญลักษณ์เปรียบเทียบระดับของผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย โดยดัชนีคุณภาพอากาศ 100 จะมีค่าเทียบเท่ามาตรฐานคุณภาพอากาศในบรรยากาศโดยทั่วไป หากดัชนีคุณภาพอากาศมีค่าสูงเกินกว่า 100 แสดงว่าค่าความเข้มข้นของมลพิษทางอากาศมีค่าเกินมาตรฐานและคุณภาพอากาศในวันนั้นจะเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน (ตาราง 2 และ ตาราง 3)