Home ความรู้เรื่องพลังงาน บทความเรื่องพลังงาน อาเซียน ใช้เชื้อเพลิงอะไรผลิตไฟฟ้า ?

อาเซียน ใช้เชื้อเพลิงอะไรผลิตไฟฟ้า ?

อาเซียน ใช้เชื้อเพลิงอะไรผลิตไฟฟ้า ? 

IEA คาด อาเซียนจะมีความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 3 เท่า ในปี 2040 (พ.ศ.2583) เชื้อเพลิงฟอสซิลโดยเฉพาะถ่านหินจะคงบทบาทสำคัญในสัดส่วนการผลิตไฟฟ้า ครองสัดส่วนถึงร้อยละ 50 พร้อมกับความพยายามเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนควบคู่อีกร้อยละ 22


1 Cover
2 Intro ASEAN 3 Vietnam 4 Malaysia 5 Thailand 6 Singapore 7 Brunei 8 Indonesia 9 Philippines 10 Myanmar 11 Laos 12 Cambodia 13 ASEAN 2040

 

IEA คาด อาเซียนจะมีความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 3 เท่า ในปี 2040 (พ.ศ.2583) เชื้อเพลิงฟอสซิลโดยเฉพาะถ่านหินจะคงบทบาทสำคัญในสัดส่วนการผลิตไฟฟ้า ครองสัดส่วนถึงร้อยละ 50 พร้อมกับความพยายามเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนควบคู่อีกร้อยละ 22

อาเซียน ที่มีประเทศสมาชิกประกอบด้วย บรูไนดารุสซาลาม กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย เมียนมาและเวียดนาม มีประชากรรวมกันมากกว่า 625 ล้านคน เป็นภูมิภาคสำคัญในการขับเคลื่อนและกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลก โดยมีความต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยในอัตราร้อยละ 4 ต่อปี แต่ยังมีผู้ไม่มีไฟฟ้าใช้อยู่จำนวน 120 ล้านคน

องค์กรพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency หรือ IEA) ได้คาดการณ์การใช้พลังงานของอาเซียนไว้ใน Southeast Asia Energy Outlook 2015 ว่า ความต้องการใช้ไฟฟ้าในภูมิภาคจะเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า จากประมาณ 789 พันล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมงในปี 2556 เป็น 2,200 พันล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง ในปี 2583 โดยมีสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงถ่านหินสูงสุด กำลังผลิตไฟฟ้าทั้งภูมิภาคจะเพิ่มขึ้นประมาณ 340,000 เมกะวัตต์ จาก 210,000 เมกะวัตต์ในปี 2557 เป็น 550,000 เมกะวัตต์ในปี 2583

สัดส่วนการใช้ถ่านหินผลิตไฟฟ้าจะเพิ่มจากร้อยละ 32 เป็นร้อยละ 50 เนื่องมาจากเหตุผลด้านเศรษฐกิจ ราคาต้นทุนของถ่านหินที่ถูกกว่าก๊าซธรรมชาติ ปริมาณสำรองที่ยังมีอุดมสมบูรณ์ โดยเลือกใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงเพื่อตอบโจทย์เรื่องการลดการปล่อยก๊าซ CO2 โรงไฟฟ้าถ่านหินร้อยละ 35 จะใช้เทคโนโลยี Supercritical และร้อยละ 21 เป็น Ultra-supercritical ขณะที่การใช้ก๊าซธรรมชาติจะลดลงจากร้อยละ 44 เป็นร้อยละ 26

สำหรับสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 22 จากการเร่งเพิ่มกำลังผลิตของพลังงานหมุนเวียน โดยการสำรวจแหล่งความร้อนใต้พิภพของอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ และการเร่งพัฒนาพลังงานลมบนชายฝั่งและพลังงานแสงอาทิตย์ในภูมิภาค เป็นปัจจัยสำคัญ ขณะที่อาเซียนจะมีสัดส่วนของพลังงานนิวเคลียร์เป็นครั้งแรก เมื่อโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในเวียดนามก่อสร้างแล้วเสร็จได้ตามแผน

20161006 A01 01

ตารางคาดการณ์สัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าของอาเซียน โดย IEA

มาเลเซีย

ในปี 2558 มาเลเซียใช้ถ่านหินและก๊าซธรรมชาติผลิตไฟฟ้าร้อยละ 47.5 และ 45.5 ตามลำดับ เมื่อถึงปี 2606 คาดการณ์ว่า ถ่านหินจะครองสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าสูงสุดร้อยละ 53 ส่วนก๊าซธรรมชาติจะลดลงเหลือร้อยละ 30 โดยมาเลเซียมุ่งพัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีประสิทธิภาพสูงที่สุด Ultra-supercritical ซึ่งปัจจุบันมีโรงไฟฟ้า Manjung โรงที่ 4 เริ่มเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าแล้ว เมื่อปี 2558 และโรงไฟฟ้า Tanjung Bin ที่เดินเครื่องในเดือนมีนาคม 2559 โดยช่วยเพิ่มกำลังผลิตขึ้นอีก 2,000 เมกะวัตต์ ปัจจุบันมาเลเซียกำลังก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน Jimah East Power เทคโนโลยี Ultra-supercritical อีกจำนวน 2 โรง กำลังผลิตรวม 2,000 เมกะวัตต์ ซึ่งตามแผนจะเดินเครื่องกลางปี 2562 และตั้งเป้าผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ร้อยละ 11 ไว้ว่าในปี 2563

20161006 A01 02

สัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าของมาเลเซียปี 255

อินโดนีเซีย

ผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินร้อยละ 47 ก๊าซธรรมชาติร้อยละ 29 มีการวางแผนจะเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าอีก 42,000 เมกะวัตต์ รวมราว 96,000 เมกะวัตต์ ในปี 2567 โดยเน้นเพิ่มกำลังผลิตถ่านหินถึงครึ่งหนึ่ง ประมาณ 20,000 เมกะวัตต์ ตามมาด้วยก๊าซธรรมชาติ 13,000 เมกะวัตต์ ที่เหลือเป็นกำลังผลิตพลังงานหมุนเวียน โดยเน้นความร้อนใต้พิภพ

20161006 A01 03

กำลังผลิตไฟฟ้าของอินโดนีเซีย แยกตามประเภทเชื้อเพลิงปี 2557

ฟิลิปปินส์

ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานความร้อนใต้พิภพ ร้อยละ 13 อย่างไรก็ตามเชื้อเพลิงฟอสซิล ถ่านหินและก๊าซธรรมชาติยังคงครองสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าสูงสุด คือ ร้อยละ 44 และ 24 ตามลำดับ การคาดการณ์ความต้องการไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นทำให้ฟิลิปปินส์มีแผนที่จะสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตในประเทศอีก 16,550 เมกะวัตต์ ภายในปี 2573 โดยมากกว่าครึ่งเป็นเป็นโรงไฟฟ้าฐาน (Base Load Plant) ที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล

20161006 A01 04

สัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าของฟิลิปปินส์ ในหมู่เกาะลูซอน วิซายาส และมินดาเนา

   สำหรับการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนในภูมิภาคอาเซียน น้ำจะยังคงครองสัดส่วนสูงสุด โดยปัจจุบัน ประเทศที่มีสัดส่วนการใช้พลังงานน้ำในการผลิตไฟฟ้ามากที่สุด คือ ลาว เมียนมา และเวียดนาม

 เวียดนาม

พึ่งพาพลังงานน้ำ ราวร้อยละ 40 ซึ่งตามแผนพลังงานของประเทศฉบับที่ 7 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ในปี 2573 สัดส่วนนี้จะลดลงเหลือร้อยละ 17 จากความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงการพึ่งพาพลังงานที่ไม่แน่นอน และจะเพิ่มกำลังผลิตของโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งตามแผนจะครองสัดส่วนร้อยละ 53.2 ในกำลังผลิตทั้งหมด (เทียบกับปัจจุบันที่ร้อยละ 34.4) และหลังจากที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของเวียดนามเดินเครื่องตามแผนในปี 2571 นิวเคลียร์จะมีสัดส่วนในการผลิตไฟฟ้าของเวียดนามร้อยละ 5.7 ในปี 2616 ในขณะที่พลังงานลม แสงอาทิตย์ และชีวมวล จะครองสัดส่วนรวมกันประมาณร้อยละ 10

 เมียนมา

พึ่งพาการผลิตด้วยพลังน้ำร้อยละ 67 ก๊าซธรรมชาติร้อยละ 30 ถ่านหินร้อยละ 3 ประสบปัญหาไฟฟ้าขาดแคลนโดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน ในหน้าแล้งที่มีปริมาณน้ำไม่เพียงพอ ส่งผลให้ต้องมีการหยุดจ่ายไฟในบางพื้นที่สลับกันไป แผนพลังงาน 15 ปี ที่เมียนมาใช้อยู่ในปัจจุบัน จึงตั้งเป้าจะเพิ่มกำลังผลิตให้ถึง 29,000 เมกะวัตต์ ในปี 2574 โดยจะสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่ม 41 โรง เป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 20 โรง กำลังผลิตรวม 6,270 เมกะวัตต์ ในแคว้นมัณฑะเลย์ รัฐกะฉิ่น กะเหรี่ยงและฉาน โรงไฟฟ้าถ่านหิน 12 โรง กำลังผลิตรวม 12,780 เมกะวัตต์ ในย่างกุ้ง ตะนาวศรี อิรวดี ที่เหลือเป็นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 1,301 เมกะวัตต์ แสงอาทิตย์ 520 เมกะวัตต์ และพลังงานลมอีก 4,032 เมกะวัตต์

 ลาว

ลาวนับได้ว่าเป็นประเทศที่ผลิตไฟฟ้าด้วยพลังน้ำมากที่สุดในอาเซียนมาโดยตลอด คือเกือบจะ 100 เปอร์เซนต์ และยังส่งออกไฟฟ้าจากพลังงานน้ำไปยังประเทศเพื่อนบ้านด้วย อย่างไรก็ตาม เมื่อปี 2558 ลาวเริ่มมีโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นครั้งแรก คือโรงไฟฟ้าหงสา ที่ปัจจุบันมีจำนวน 3 โรง กำลังผลิตรวม 1,878 เมกะวัตต์ และกำลังมีแผนจะสร้างโรงที่ 4 ซึ่งตามการคาดการณ์ของสถาบันวิจัยทางเศรษฐกิจเพื่ออาเซียนและเอเชียตะวันออก (Economic Research Institute for ASEAN and East Asia – ERIA) ในปี 2578 น้ำจะยังคงครองสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าสูงสุดที่ร้อยละ 80 ที่เหลือเป็นถ่านหินร้อยละ 20 นอกจากนั้น ลาวยังอยู่ในช่วงศึกษาหาทางพัฒนาโครงการพลังงานลมและแสงอาทิตย์ด้วย

20161006 A01 05

 กราฟแสดงคาดการณ์การใช้เชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าของลาวในปี 2578

บรูไน

ประเทศที่ร่ำรวยด้วยก๊าซธรรมชาติ เมื่อปี 2557 ไฟฟ้าที่ผลิตได้ทั้งหมด 4,506 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง เป็นการผลิตด้วยก๊าซร้อยละ 99 น้ำมันร้อยละ 0.95 และแสงอาทิตย์ 0.05 อย่างไรก็ตามมีการหาทางกระจายการใช้แหล่งเชื้อเพลิง โดยมีการวิจัยด้านพลังงานไม่ว่าจะเป็นลม น้ำ ขยะ และแสงอาทิตย์ แต่ยังไม่มีแผนชัดเจนที่จะสนับสนุนให้มีแหล่งพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ เนื่องด้วยเหตุผลด้านราคาต้นทุนและสิ่งแวดล้อม แต่มีการตั้งเป้าไว้ว่าในปี 2578 สัดส่วนกำลังผลิตพลังงานหมุนเวียนของประเทศจะเป็นร้อยละ 10

ถ่านหิน พลังงานหลักของอาเซียน

จะเห็นได้ว่า ถ่านหินจะยังคงเป็นเชื้อเพลิงหลักที่ประเทศในภูมิภาคอาเซียนเลือกมาใช้ผลิตไฟฟ้า แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ละเลยพัฒนาทางเลือกอื่น ๆ โดยเฉพาะความพยายามเพิ่มกำลังผลิตของพลังงานหมุนเวียน และพลังงานนิวเคลียร์ด้วย

ข้อมูลจาก

https://www.iea.org/publications/freepublications/publication/WEO2015_SouthEastAsia.pdf

http://www.powermag.com/malaysia-commissions-1-gw-ultrasupercritical-coal-plant/

http://www.nationmultimedia.com/aec/Myanmar-plans-41-new-power-plants-in-15-years-30246754.html

https://www.oxfordbusinessgroup.com/news/vietnam-augment-power-generation

 

http://www.BalanceEnergyThai.com

Leave a Reply

ใส่ความเห็น