Home ความรู้เรื่องพลังงาน บทความเรื่องพลังงาน ดร.เดย์จัดหนัก ปักหมุดข้อเท็จจริง !! ย้อน NGOs เหตุใดลืมดูตัวเอง ?

ดร.เดย์จัดหนัก ปักหมุดข้อเท็จจริง !! ย้อน NGOs เหตุใดลืมดูตัวเอง ?

dr-day-energy-guru

ดร.เดย์จัดหนัก ปักหมุดข้อเท็จจริง !! ย้อน NGOs เหตุใดลืมดูตัวเอง ?

IMG_4578
ประชาชนขี่จักรยานรอบๆ โรงไฟฟ้าถ่านหินอย่างสบายใจ

NGOs กังวลใจเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหิน แต่ไม่เคยบอกได้เลยว่าที่ไหนที่มีการสร้างโรงไฟฟ้าแบบ Coal clean technology แล้วมีปัญหา

ไม่ว่าเป็นเรื่องมลพิษ มลภาวะ เรื่องกระทบการท่องเที่ยว กระทบความอุดมสมบูรณ์ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือมีความเจริญในทุกด้านที่ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้น ทั้งนี้คนในพื้นที่จังหวัดกระบี่และสื่อมวลชนได้ไปเห็นของจริงมาแล้ว !! แต่เราต้องมาดูกันว่าปัญหามาจาก “โรงไฟฟ้าถ่านหิน” หรือจริงๆ แล้วมาจาก “ความละเลย ไม่ใส่ใจ ไม่อนุรักษ์ “ ของผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่ไม่ดูแลควบคุมและจำกัดนักท่องเที่ยว รวมถึงไม่ยอมลงทุนเรื่องการจัดการน้ำเสียอย่างที่เคยเป็นข่าวกันมาแล้ว ทั้งๆ ที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเคยพูดคุยมาตลอดว่า มีรายได้จากการท่องเที่ยวแต่ละปีสูงมาก แต่กลับโยนบาปเรื่องการทำลายสิ่งแวดล้อม การทำลายทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงามของกระบี่ไปที่โรงไฟฟ้าถ่านหิน แต่ลืมไปหรือเปล่าว่า โรงไฟฟ้ากระบี่ปัจจุบันเป็นโรงไฟฟ้าที่ใช้น้ำมันเตา!!  หรือแม้กระทั่งเรื่องการทำลายความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์ทะเล ซึ่งในความเป็นจริงแล้วปัญหาต่างๆ เกิดจากอะไร ? ได่มีการศึกษากันอย่างจริงจังหรือไม่ ?  เราต้องคิดและลองมองดูให้รอบด้าน

1298961
โรงไฟฟ้าถ่านหินที่เยอรมนี อยู่ท่ามกลางเมืองที่เป็นที่ท่องเที่ยว

กรณีที่ NGOs กังวลเรื่องเกี่ยวกับเรือบรรทุกถ่านหินที่ใช้ขนส่งถ่านหินมาที่โรงไฟฟ้านั้น

อยากจะถามว่า เรือจะวิ่งเข้ามาช้าๆ วันละเที่ยวเท่านั้น และห่างจากเกาะลันตามาก ถ้าเทียบกับเรือเล็กเรือน้อยที่วิ่งเกลื่อนกลาดทั้งวัน รวมทั้งนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ไปดำน้ำไปรบกวนธรรมชาติ ซึ่งบางคนก็เก็บปะการังสวยๆ หอยแปลกๆ ติดไม้ติดมือกลับไปด้วย แล้วตกลงว่าโรงไฟฟ้าถ่านหิน หรือใครกันที่สร้างผลกระทบกับธรรมชาติมากกว่า??

640_a9aaa7aiieheggfb9b6bf
Credit : NationTV http://www.nationtv.tv/main/content/social/378501637/

อีกเรื่องที่น่าสนใจก็คือนักท่องเที่ยวที่เกาะลันตา…

เป็นที่รู้กันว่ามีผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งเป็นชาวต่างชาติ และขนต่างชาติมาหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติของกระบี่ กอบโกย ผลกำไรกลับประเทศเขาไป แต่ทิ้งความเสียหายของธรรมชาติไว้อย่างประเมินค่าไม่ได้ การที่กลุ่มเหล่านี้จับมือกันต่อต้านคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน โดยอ้างว่าสร้างผลกระทบต่อธุรกิจการท่องเที่ยวของพวกตนเองที่มีมูลค่าถึง 80,000 ล้านต่อปีมีข้อสังเกตหลายประการ โดยอ้างว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินสร้างผลกระทบด้านต่างๆ ทำให้นักท่องเที่ยวไม่มา ซึ่งเหตุผลข้างต้นคงเป็นคำตอบแล้วว่า สิ่งที่ NGOs อ้างมานั้น ล้วนแต่มโนทั้งสิ้น การใช้วิธีปกป้องธุรกิจตนเองด้วยการขัดขวางโอกาสการพัฒนาของคนกลุ่มอื่น ดูอาจจะไม่ค่อยเหมาะสม ควรให้โอกาสคนกลุ่มอื่นก็คือ ชุมชน ชาวบ้านตัวเล็กๆ ที่รอการพัฒนาบ้าง เหมือนคนในชุมชนรอบโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ของต่างประเทศที่ได้รับประโยชน์ ได้รับการพัฒนามากมาย !!

1241198

จริงๆ แล้วการที่ชุมชนได้รับการพัฒนา เป็นประโยชน์ต่อคนทั้งหมดทุกกลุ่มของจังหวัด ฐานะทางเศรษฐกิจของคนในจังหวัดดีขึ้น ทุกธุรกิจก็จะดีขึ้นเพราะจะสร้างดีมานด์ที่มาจากภายในจังหวัดให้มากขึ้นและยังเป็นการลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาดีมานด์จากภายนอก ซึ่งเป็นเรื่องของความยั่งยืน (Sustainability) ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง

การต่อต้านโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในจังหวัดกระบี่ จากกระแสที่มักอ้างว่า คนกระบี่ใช้ไฟฟ้าแค่ 100 เมกะวัตต์ จังหวัดกระบี่เองก็มีโรงไฟฟ้าอยู่ 300 เมกะวัตต์ แล้วทำไมเราต้องไปสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มให้คนอื่นอีก คงต้องบอกว่า ถ้าคิดกันอย่างนี้ก็ไม่ถูกต้องนัก เพราะตอนนี้ภาคใต้ก็อาศัยไฟจากภาคกลางลงมาช่วยเสริมความมั่นคง แต่หากเป็นเพียงความคิดแค่กลุ่มของธุรกิจท่องเที่ยว ก็ขอเสนอให้ลองเลิกใช้ไฟฟ้าของการไฟฟ้าภูมิภาค แล้วผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนของท่านกันเองได้เลยทันที

สำหรับความคิดที่ NGOs เสนอเรื่อง ลันตา go green 100% กระบี่ go green 100% นั้นดูน่าสนใจ อยากจะสนับสนุนใช้พลังงานทดแทน 100% ให้หมดโดยเร็ว และยกเลิกการใช้ไฟจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่อาจจะมาจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ขอให้แนวคิดนี้จงเริ่มดำเนินการทันทีหลังท่านล้มโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ได้สำเร็จ อย่าเพียงแต่สร้างไว้เป็น “วาทกรรม” ที่ใช้ไว้แค่เพียงต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน พลอยทำให้คนทั้งจังหวัดเสียหายไปกับพวกคุณด้วย

mask-1249929_1280

เป็นประเด็นที่น่าสนใจและคิดต่อไปว่า การต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินครั้งนี้ไม่ได้มีสาเหตุหลักมาจากความเชื่อที่ว่า การมีโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่จะมีผลกระทบต่อการท่องเที่ยว แต่มันน่าจะมีอะไรแอบแฝง !! ซึ่งตอนนี้หลายประเทศก็โดนกระแสเงินทุนของ NGOs ต่างชาติเข้ามาขัดขวางโครงการพัฒนาที่สำคัญของชาติ ไม่เว้นแม้แต่ประเทศออสเตรเลีย ที่สุดท้ายต้องมีการตรวจสอบและมีข้อมูลถูกแฉออกมาว่า มีเงินจากนอกประเทศเข้ามาทำให้ NGOs ในประเทศร่ำรวยกันมหาศาลมากมายกว่าธุรกิจของที่แต่ละคนทำอยู่

Leave a Reply

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *