Home เรื่องน่าสนใจ คำตอบแก้โลกร้อนไม่ใช่เพิ่มพลังงานหมุนเวียน แต่ต้องพัฒนา “นวัตกรรมพลังงานสีเขียว”

คำตอบแก้โลกร้อนไม่ใช่เพิ่มพลังงานหมุนเวียน แต่ต้องพัฒนา “นวัตกรรมพลังงานสีเขียว”

3D render of a volcanic planet with explosion effect

Economics of climate change innovation | Bjørn Lomborg

 คำตอบแก้โลกร้อนไม่ใช่เพิ่มพลังงานหมุนเวียน แต่ต้องพัฒนา “นวัตกรรมพลังงานสีเขียว”

ภาวะโลกร้อนเป็นเรื่องจริง และเป็นปัญหา แต่เราไม่ได้กำลังแก้ไขปัญหา

ลองดูปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่มีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นั่นเป็นเพราะพลังงานทดแทนยังไม่พร้อมใช้เท่าไหร่ ดังนั้นเราจึงควรหาแนวทางการแก้ไขอื่นๆ

เมื่อสองสามศตวรรษที่ผ่านมา เราห่างมาพลังงานทดแทนมากขึ้นเรื่อยๆ ในปี ค.ศ.1800 เราใช้พลังงานทดแทนในการผลิตพลังงานเกือบทั้งหมด แต่ทุกวันนี้เราได้ พลังงานที่ได้จากแสงอาทิตย์และลม คิดเป็นเพียง 1 ใน 3 ของ 1% โดยส่วนที่เหลืออีก 13% ได้จากพลังงานน้ำและไม้ โดยเฉพาะในประเทศโลกที่สาม

เราพยายามจะผลักดันการใช้พลังงานหมุนเวียน ด้วยการเพิ่มภาษีและให้เงินอุดหนุน แต่ปัญหาเรื่องภาษี โดยเฉพาะภาษีพลังงาน ส่งกระทบอย่างมากต่อกลุ่มคนจนในอังกฤษ

ด้วยนโยบานพลังงานสีเขียว ทำให้ต้นทุนค่าไฟจากเครื่องทำความร้อนเพิ่มสูงขึ้นถึง 63% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา นั่นหมายความว่า ในปัจจุบัน มีผู้สูงวัยมากกว่า 1 ล้านคน ที่ต้องดิ้นรนหาความอบอุ่นในช่วงฤดูหนาว ซึ่งประเมินว่า ในทุก ๆ ปี มีผู้สูงวัยมากกว่า 2,700 คน ที่เสียชีวิตในฤดูหนาว

ในเรื่องของการอุดหนุน ตั้งแต่ปี 1970 เราได้ยินกันมาตลอดว่า จ่ายเงินอุดหนุนแค่ไม่กี่ปี ทุกอย่างจะดีขึ้น แต่ความจริงคือ เราต้องเสียเงินในส่วนนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ

องค์การพลังงานระหว่างประเทศ ประมาณการว่า ทุกวันนี้ทั่วโลกจ่ายเงินไปกับค่าอุดหนุนพลังงานทดแทนมากกว่า 101,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เงินอุดหนุนส่วนนี้ไม่ได้จะมีแนวโน้มลดลง และการจ่ายเงินอุดหนุนอาจมากขึ้นถึง 223,000 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี

ที่จริงแล้ว เรามีแนวทางที่ชาญฉลาดในการลดโลกร้อนที่ดีกว่านั้น

นั่นคือสิ่งที่ผมกำลังจะพูดถึง ….

ผมมีโอกาสร่วมงานกับนักเศรษฐศาสตร์ด้านสภาพอากาศระดับโลก 27 ท่าน และผู้ได้รับรางวัลโนเบล 3 ท่าน พวกเขาพูดว่า แนวทางการแก้ไขปัญหา คือ “นวัตกรรม” เหมือนอย่างที่เคยเป็นมา

ย้อนกลับไปในช่วง 1860 ช่วงที่มีปัญหาล่าปลาวาฬจนเกือบสูญพันธุ์ เพราะน้ำมันจากปลาวาฬมีประสิทธิภาพสูงในการใช้เป็นเชื้อเพลิงจุดไฟ แนวทางการแก้ไขไม่ใช่การเพิ่มภาษีปลาวาฬ แต่เป็นการใช้ น้ำมันก๊าซแทน ซึ่งสามารถลดต้นทุนน้ำมันปลาวาฬได้มากถึง 90% และลดปัญหาล่าปลาวาฬ

และเช่นเดียวกับ ในปี 1900 เกิดปัญหามูลสัตว์จำนวนมาก จากม้าที่ใช้เป็นพาหนะ ในลอนดอนและนิวยอร์ค ภาครัฐไม่ได้แก้ปัญด้วยด้วยการสนับสนุนการเดินเท้า แต่แก้ปัญหาโดยการใช้ “รถยนต์”

แต่ภายหลังรถยนต์ก็ส่งผลกระทบต่อสภาวะอากาศ ปัญหานี้ถูกแก้ไขโดยนวัตกรรมที่เรียกว่า เครื่องฟอกไอเสีย

อีกหนึ่งตัวอย่าง ในปี 1970 เมื่ออินเดียเกิดภาวะประชาชน อดอยากขาดแคลน อินเดียไม่ได้แก้ปัญหาด้วยการแจกอาหารแก่ประชาชน แต่แก้ปัญหาโดนโยบายการปฏิวัติเขียว ที่ใช้หลักพืชศาสตร์ ทำให้อินเดียสามารถผลิตอาหารได้มากขึ้นในทุกๆ พื้นที่

ดังนั้น การแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน ไม่ใช่การอุดหนุนพลังงานทดแทน เราควรลงทุนกับนวัตกรรมพลังงานสีเขียวมากกว่า หากเราสามารถทำให้ต้นทุนด้านพลังงานสีเขียวลดลง ทุกๆ ประเทศ รวมถึงจีนและอินเดียจะต้องการอย่างแน่นอน

ทุกคนอาจคิดว่า เงินอุดหนุนเป็นปัจจัยของนวัตกรรม แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่ เพราะเงินอุดหนุนที่เราใช้ไปกับพลังงานทดแทนเกือบทั้งหมด เราใช้ไปกับเทคโนโลยีปัจจุบันเราใช้เงินไปกับกังหันลมเหล่านี้ ซึ่งเรารู้กันดีว่ามันไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

เป็นเรื่องธรรมดา หากเราต้องเทคโนโลยีที่ดีขึ้นเราควรลงทุนมากขึ้นกับการวิจัย

ผู้ได้รับรางวัลโนเบลค้นพบว่า ในทุก ๆ ดอลลาร์ของนโยบายปัจจุบัน

ในการอุดหนุนทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม สามารถลดความเสียหายทางสภาพอากาศได้เพียง 3 เซนต์เท่านั้นซึ่งเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า แต่หากเราใช้เงินจำนวนนั้น ไปกับการวิจัย เราจะสามารถลดความเสียหายทางสภาพอากาศได้ถึง 11 ดอลลาร์ จะเห็นได้ว่าผลลัพธ์ที่ได้ต่างกันมาก

ย้อนกลับไปช่วงปี 1950 เป็นช่วงที่เราไม่มีคอมพิวเตอร์ใช้กัน เพราะเราใช้เงินสนับสนุนไปกับหลอดสูญญากาศ เราไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์ เนื่องจากเราเก็บภาษีจากเครื่องพิมพ์ดีด เราได้ใช้คอมพิวเตอร์ ในตอนที่ใช้งบการวิจัยจำนวนมากไปกับการพัฒนาวิทยุทรานซิสเตอร์และแผงวงจร ในที่สุด คอมพิวเตอร์ก็เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการซื้อ

และนั่นคือเหตุผล ที่ทำไมเราต้องหยุดการสนับสนุนนักการเมือง ที่ใช้เงินไปแสนล้านดอลล่าร์ ไปกับนโยบายพลังงานสีเขียวที่ไม่มีประสิทธิภาพ

สิ่งที่เราควรจะทำก็คือ การใช้งบประมาณไปกับการสนับสนุนการลงทุนด้านนวัตกรรมพลังงานสีเขียว

ในที่สุด หากเราสามารถคิดค้นนวัตกรรมที่สามารถลดต้นทุนด้านพลังงานสีเขียวนี้ได้ ให้ต่ำกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิลได้ เราจะชนะ ทุกๆ คนจะหันมาใช้กันมากขึ้น รวมถึงประเทศจีนและอินเดีย

นั่นเป็นเหตุที่ว่าทำไมนวัตกรรม จึงเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาโลกร้อน เหมือนกับการแก้ไขปัญหาการล่าปลาวาฬ ม้า และปัญหาการอดอยากในอดีต

 

ในส่วนของคำถาม

ผมมีคำถามสั้น ๆ ที่จะถามคุณ ผมคิดว่าหลาย ๆ คน ไม่คิดว่าสิ่งที่คุณพูดสมเหตุสมผล  แต่ในฐานะที่คุณเป็นนักเศรษฐศาสตร์ หากก๊าซคาร์บอน เป็นความเสียหายระยะยาวของโลก หลาย ๆ คนไม่เข้าใจว่า ทำไมคุณถึงไม่สนับสนุนภาษีคาร์บอน ซึ่งเป็นภาษีที่เป็นกลางทางรายได้

ผมเขียนเรื่องนี้ในหนังสือว่า เราควรมีภาษีคาร์บอนที่สูงกว่าต้นทุนของคาร์บอนไดออกไซต์ ประมาณ 5 ดอลล่าร์ต่อตัน แต่นั่นไม่ใช่แนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดีนัก แม้ว่า จะมีประสิทธิภาพในเชิงเศรษฐศาสตร์

มีอยู่ 2 ประเด็นต้องตระหนักคือ ภาษีคาร์บอน จะไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา เพียงแต่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้เล็กน้อย ประมาณ 5-10 % และอีกสิ่งคือ ประเด็นทางการเมือง ไม่ใช่ว่า คุณจะได้ภาษีนี้จากประเทศส่วนใหญ่ จะเห็นได้ว่านโยบายทางการเมืองแตกต่างกันไป เช่น ในออสเตรเลีย อเมริกาและเป็นเรื่องยากขึ้นไปอีกที่สิ่งนี้จะเกิดขึ้นในจีน เพราะมีพวกเขาไม่มีกำลังในการจ่ายตรงนี้

การที่คนแบบคุณได้เรียกร้องออกแบบนี้จะเพิ่มโอกาสในการมีภาษีคาร์บอนได้

ใช่ครับ ภาษีคาร์บอนเป็นไอเดียที่ดี แต่สิ่งสำคัญที่จะช่วยแก้ไขปัญหาโลกร้อน ที่แท้จริงคือ นวัตกรรมสีเขียว หากเรามีนวัตกรรมสีเขียว เราจะสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้

Leave a Reply

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *