Home PR News ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน (60+ Earth Hour 2019)

ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน (60+ Earth Hour 2019)

กฟผ. ร่วมกิจกรรม “ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน (60+ Earth Hour 2019)” ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งร่วมกับ พันธมิตรภาครัฐ รัฐวิสาหกิจและเอกชน จัดขึ้นเพื่อลดการใช้พลังงานพร้อมกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก โดยร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ลดการใช้พลังงาน ลดขยะพลาสติก และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เผยสามารถลดความต้องการใช้ไฟฟ้าได้ถึง 1,514 เมกะวัตต์

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2562 นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดกิจกรรม “ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน (60+ Earth Hour 2019)” ในระหว่างเวลา 20.30–21.30 น. ซึ่งกรุงเทพมหานคร ร่วมกับองค์กร WWF ประเทศไทย มูลนิธิสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ประเทศไทย) : FEED จัดขึ้นพร้อมกับอีก 188 ประเทศ 7,000 เมืองทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “ปิดเพื่อโลก เปลี่ยนเพื่ออนาคต” ณ บริเวณลานสแควร์ C ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

ที่ผ่านมา กฟผ. ได้รณรงค์ส่งเสริมการลดภาวะโลกร้อนอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินงานด้านการจัดการด้านการใช้ไฟฟ้า (Demand Side Management : DSM) มาตั้งแต่ปี 2536 ด้วยความร่วมมือระหว่าง กฟผ. และหน่วยงานผู้มีส่วนได้เสียในทุกภาคส่วน ภายใต้กลยุทธ์ 3 อ. ได้แก่ อุปกรณ์ ที่ส่งเสริมในเรื่องการติดฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ตั้งแต่ปี 2538 ปัจจุบันรวม 30 ผลิตภัณฑ์ จ่ายฉลากไปแล้ว 372 ล้านฉลาก สามารถลดความต้องการใช้ไฟฟ้าลงได้ 4,826.3 เมกะวัตต์ ประหยัดพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ลงได้ 28,712.9 ล้านหน่วย ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่บรรยากาศได้ 16.305 ล้านตัน อาคาร โดยส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าให้กับหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจภาคอุตสาหกรรมและที่อยู่อาศัย และ อุปนิสัย คือการเสริมสร้างทัศนคติด้านการใช้พลังงานและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ผ่านการถ่ายทอดความรู้สู่เยาวชนและผู้ใช้ไฟฟ้าภายใต้โครงการห้องเรียนสีเขียวตั้งแต่ปี 2541 ส่งผลให้ประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ 8.8 ล้านหน่วย ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่บรรยากาศได้ 4.7 ล้านตัน

นอกจากนี้ กฟผ. ยังได้ร่วมโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ การรณรงค์ส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า โดยนำรถบัสไฟฟ้ามาให้บริการรับ–ส่ง ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่สำนักงานและโรงไฟฟ้าทั่วประเทศของ กฟผ. อีกทั้งยังได้ร่วมลดปริมาณขยะพลาสติก ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น EGAT Zero waste กิจกรรม Bike Rally ปั่นลดขยะ การรณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติก โดยใช้ถุงผ้าที่ใช้ซ้ำได้แทนตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 ซึ่งสามารถลดการใช้ถุงพลาสติกได้ประมาณ 48,000 ใบต่อปี

สำหรับปีนี้ มีสถานที่ต่างๆ ร่วมปิดไฟในเชิงสัญลักษณ์ 5 แห่ง ได้แก่ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) พระบรมมหาราชวัง วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เสาชิงช้า สะพานพระราม 8 และภูเขาทอง (วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร) รวมถึงองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน กว่า 500 แห่ง และบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่เขตต่าง ๆ อีกทั้งกรุงเทพมหานครจะมีการปิดไฟถนนเขตละ 1–2 ถนน เท่าที่จำเป็นไม่ได้ปิดตลอดสาย และช่วงที่ปิดไฟ 1 ชั่วโมงสามารถลดความต้องการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานครได้ถึง 1,514 เมกะวัตต์ สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 749 ตัน คิดเป็นจำนวนเงินประมาณ 6,050,021 บาทและมีการนำเสนอภาพการเดินรณรงค์ประหยัดไฟฟ้าในพื้นที่ต่าง ๆ โดย กฟผ. ได้เดินรณรงค์ให้ผู้ปฏิบัติงานชาว กฟผ. เข้าร่วมกิจกรรม เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2562

ทั้งนี้ กิจกรรม “ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน (60+ Earth Hour)” จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2550 และกรุงเทพฯ ได้ร่วมกิจกรรมครั้งแรกในปี 2551 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 12 แล้ว หากนับรวมการจัดกิจกรรมตั้งแต่ปี 2551-2562 สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 11,008 ตัน คิดเป็นเงิน 70.83 ล้านบาท