Home เรื่องน่าสนใจ กฟผ. ต่อยอดสินทรัพย์ระบบส่งทั่วประเทศ ด้วยการให้บริการโครงข่าย Fiber Optic

กฟผ. ต่อยอดสินทรัพย์ระบบส่งทั่วประเทศ ด้วยการให้บริการโครงข่าย Fiber Optic

นับย้อนไป เมื่อสมัยที่ประเทศไทยยังไม่มีเทคโนโลยีและระบบการสื่อสาร ผู้คนนิยมแชร์เรื่องราวถึงกันด้วยคำบอกเล่าจากปากสู่ปาก หรือเขียนจดหมายถึงกัน กว่าจะสามารถส่งข้อมูลข่าวสารถึงกันได้ต้องใช้เวลานาน แต่เมื่อโลกของเราพัฒนาและเกิดเครือข่ายระบบสื่อสารที่กว้างขวางขึ้น ทำให้ทุกคนสามารถส่งข้อมูลถึงกันได้ง่ายมากกว่าเดิม สามารถพูดคุยผ่านโทรศัพท์ หรือสังคมออนไลน์ เช่น เฟสบุ๊ค ไลน์ อินสตราแกรม จนกลายเป็นกิจกรรมสำคัญในชีวิตประจำวันของผู้คนในยุคปัจจุบัน ระบบสื่อสารที่ถูกพัฒนาขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่แชร์เรื่องราวถึงกันเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการส่งผ่านข้อมูล การรับ-ส่งสัญญาณในระบบต่างๆ เช่น ระบบรถไฟฟ้า ระบบจราจร ระบบเครื่องกดเงิน หรือแม้กระทั่งการควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านเพื่อสื่อสารให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ใช้งาน

สำหรับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีหน้าที่หลักในการผลิตและส่งพลังงานไฟฟ้าแก่ระบบจำหน่ายเพื่อนำจ่ายสู่ประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง ต้องอาศัยระบบสื่อสารเข้ามาช่วยสนับสนุนเพื่อควบคุมสั่งการระบบผลิตและส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน รวมถึงเสริมสร้างความมั่นคงในระบบไฟฟ้าของประเทศไทย ดังนั้น ระบบสื่อสารจึงเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนดำเนินงานของ กฟผ. ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

รักษาความมั่นคงด้านพลังงานด้วยโครงข่ายโทรคมนาคมที่ครอบคลุมทั่วประเทศ

ด้วยศักยภาพด้านพื้นที่ของเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงของ กฟผ. ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศไทย ทำให้ กฟผ. สามารถเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมบนเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงต้นเดียวกับการส่งพลังงานไฟฟ้า เกิดเป็นระบบสื่อสารที่คอยสนับสนุนการควบคุมสั่งการระบบผลิตและส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าครอบคลุมทั่วทั้งประเทศไทย นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อสายส่งไฟฟ้าและโครงข่ายโทรคมนาคมสู่ประเทศเพื่อนบ้าน สร้างความมั่นคงแก่ระบบไฟฟ้าในภูมิภาคอีกด้วย

โครงข่ายโทรคมนาคมของ กฟผ. คือ โครงข่าย Fiber Optic เป็นเทคโนโลยีด้านสื่อสัญญาณที่ดีที่สุดในยุคปัจจุบัน สามารถรับ-ส่งข้อมูลได้อย่างมหาศาล ด้วยความเร็วเทียบเท่าแสง โดยสาย Fiber Optic ได้ถูกติดตั้งอยู่ในสายดินที่อยู่ส่วนบนสุดของเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งเป็นเสาโครงเหล็กขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บริเวณที่ผู้คนเข้าถึงยาก ความพิเศษนี้ทำให้โครงข่ายโทรคมนาคมของ กฟผ. เป็นหนึ่งในโครงข่ายที่มีความมั่นคงและมีเสถียรภาพสูง ไม่เพียงเท่านั้นยังสามารถเชื่อมต่อสู่ประเทศเพื่อนบ้าน นำไปสู่การติดต่อสื่อสารทั่วโลกได้อีกด้วย

มุ่งบริหารสินทรัพย์ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด (Asset Utilization)

การมีระบบสื่อสารที่ครอบคลุมทุกพื้นที่นั้น เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ กฟผ. สามารถรักษาความมั่นคงด้านพลังงานด้วยระบบสื่อสารที่มีอยู่ได้เป็นอย่างดี กฟผ. จึงมีแนวคิดในการบริหารสินทรัพย์ส่วนที่เหลือจากการใช้งานในภารกิจ ไปช่วยเพิ่มความมั่นคงของระบบสื่อสารของประเทศ ด้วยการเปิดให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคมที่มีความมั่นคงสูง ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับระบบสื่อสารของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงลดการลงทุนที่ซ้ำซ้อน โดยให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคมทั้งแก่องค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนจำนวนมาก เพื่อให้องค์กรเหล่านี้ นำระบบสื่อสารไปประยุกต์ใช้ในการให้บริการต่างๆแก่ประชาชน เช่น บริการ Internet Broadband บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือแม้กระทั่งการใช้งานติดต่อสื่อสารภายในบริษัทเอง อีกทั้งยังมีความพร้อมสำหรับการให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคมอีกจำนวนมหาศาลที่สามารถนำพาให้ชีวิตผู้คนในยุคปัจจุบัน สะดวกมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ความพร้อมในการสนับสนุนธุรกิจ Start up ระบบ Smart Farming การทำธุรกรรมการเงินออนไลน์ (FinTech) การปรึกษา/พบแพทย์ออนไลน์ รวมถึงรองรับการเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียมระหว่างมหาวิทยาลัย ฯลฯ เพื่อตอบสนองนโยบาย Thailand 4.0 พัฒนาระบบสื่อสารให้มีความมั่นคง ก้าวหน้า นำประเทศไทยเข้าสู่ยุคดิจิทอลอย่างเต็มตัว

นำความเชี่ยวชาญด้านการบำรุงรักษาของ กฟผ. สู่การยอมรับของสังคม

ไม่ใช่เรื่องง่ายในการบำรุงรักษาโครงข่ายโทรคมนาคมของ กฟผ. เพราะโครงข่ายโทรคมนาคม Fiber Optic ได้ถูกติดตั้งอยู่ส่วนบนสุดของเสาไฟฟ้าแรงสูงซึ่งมีขนาดแรงดันถึง 115 , 230 และ 500 กิโลโวลต์ หลายครั้งต้องปฏิบัติงานบำรุงรักษาโดยไม่ดับไฟฟ้า บุคลากรต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านและเต็มเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์เท่านั้น รวมถึงต้องมีความรู้และทักษะการซ่อมบำรุง การทำงานบนยอดเสาที่สูงเสียดฟ้า เพรียบพร้อมด้วยเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ทันสมัย สิ่งเหล่านี้ทำให้ กฟผ. เป็นผู้เชี่ยวชาญในการบำรุงรักษาโครงข่ายโทรคมนาคม Fiber Optic ของประเทศไทยอีกด้วย

จากศักยภาพที่มีอยู่และความมุ่งมั่นของ กฟผ. บ่งบอกได้ว่า กฟผ. สามารถรักษาความมั่นคงด้านพลังงาน ควบคุมระบบผลิตและส่งจ่ายไฟฟ้าให้เป็นไปได้อย่างสมบูรณ์ ด้วยตัวช่วยสำคัญ คือ โครงข่ายโทรคมนาคมที่เชื่อมโยงทั้งประเทศไทย พร้อมมุ่งให้บริการระบบสื่อสารที่มีเสถียรภาพสูง เพื่อเพิ่มศักยภาพระบบสื่อสารของประเทศให้ก้าวหน้าเป็นหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคตต่อไป