Home เรื่องน่าสนใจ “เภสัชกรยิปซี” พัฒนาสมุนไพรท้องถิ่น สร้างชุมชนที่ยั่งยืน

“เภสัชกรยิปซี” พัฒนาสมุนไพรท้องถิ่น สร้างชุมชนที่ยั่งยืน

สมุนไพร เป็นสิ่งที่มาจากธรรมชาติ และนำมาผสมผสานกับภูมิปัญญาชาวบ้านที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน จนเกิดเป็นสมุนไพรที่มีคุณประโยชน์ทั้งในการรักษาและบำรุงสุขภาพ เนื่องด้วยสมุนไพรต่าง ๆ นั้น มีสรรพคุณในการรักษาโรคได้อย่างหลากหลาย จึงมีผู้ให้ความสนใจกับสมุนไพรมากขึ้น โดยมีการศึกษาค้นคว้าอย่างกว้างขวาง นำมาสู่การผลิตและบริโภคเพื่อเป็นยา เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เป็นวัตถุดิบในการปรุงอาหาร อีกทั้งยังเป็นเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สปา นำส่งขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่ผ่านมา กฟผ. ได้ให้ความสำคัญในด้านการดูแลความเป็นอยู่ของชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ใกล้โรงไฟฟ้าและแนวสายส่งของ กฟผ. มาโดยตลอด โดยสนับสนุนให้ชาวบ้านในชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน ผ่านการสนับสนุนด้านองค์ความรู้ที่สอดคล้องกับภูมิปัญญาและวิถีดั้งเดิมของชุมชนในละแวกนั้น ซึ่งการปลูกสมุนไพรก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ กฟผ. มองว่าจะสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกร อีกทั้งยังช่วยอนุรักษ์และพัฒนาสมุนไพรไทยให้ยังคงอยู่ และเกิดประโยชน์ต่อสังคมด้วย

นับเป็นเรื่องน่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ กฟผ. ได้มีโอกาสได้รู้จักกับศาสตราจารย์พิเศษ เภสัชกรหญิง กฤษณา ไกรสินธุ์ ผู้มีดีกรีระดับปริญญาเอกถึง 7 ใบ อุทิศตนในการผลิตยาสมุนไพรช่วยเหลือผู้ป่วยและผู้ด้อยโอกาสในทวีปแอฟริกาและเอเชีย จนได้รับสมญานามว่า “เภสัชกรยิปซี” นอกจากนี้ยังเป็นเจ้าของรางวัลมากมายกว่า 200 รางวัล อาทิ รางวัลแมกไซไซ สาขาบริการสาธารณะ รางวัลบุคคลแห่งปีของเอเชีย จากนิตยสารรีดเดอร์ส ไดเจสท์ รางวัลนักวิทยาศาสตร์โลก (Global Scientist Award) จาก Letten Foundation ประเทศนอร์เวย์

อีกทั้งยังเป็นบุคคลที่ บิล เกตส์ นักธุรกิจชาวอเมริกัน และหนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัท ไมโครซอฟท์ ยกย่องให้เป็นวีรสตรีในภาคสนาม (Heros in the field) หลังจากประสบความสำเร็จในการวิจัยและผลิตยาต้านเชื้อไวรัสเอดส์ และยารักษาโรคมาลาเรียได้เป็นครั้งแรกของโลก จนผู้ป่วยมียารักษาโรคคุณภาพดี และราคาถูกไว้รักษาตัว นอกจากนี้ยังมีผู้นำชีวิตของท่านไปสร้างเป็นละครบรอดเวย์ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้อีกหลาย ๆ คนด้วย

สำหรับโครงการแรก นั้นคือการปลูกสมุนไพรโดยไม่ใช้สารเคมีใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งเป็นการสนับสนุนงานที่ศาสตราจารย์พิเศษ เภสัชกรหญิง กฤษณา ไกรสินธุ์ เคยทำไว้ และได้สร้างโรงงานแปรรูปในโรงพยาบาลทั้ง 3 จังหวัดแล้ว ซึ่ง กฟผ. จะประสานงานกับชุมชนในพื้นที่ พร้อมสนับสนุนพันธุ์พืชสมุนไพร โดยเฉพาะขมิ้นชันจากบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งอยู่ในพื้นที่ใกล้เขื่อนรัชชประภา และได้รับการรับรองว่าเป็นขมิ้นชันที่ดีที่สุดในโลก เนื่องจากมีสาระสำคัญต่าง ๆ ในปริมาณสูงกว่าพื้นที่อื่น ๆ ทำให้สามารถส่งขายไปยังต่างประเทศสร้างรายได้ที่ดี นอกจากนี้ยังมีสนับสนุนสมุนไพรอื่น ๆ ด้วย เช่น ไพล ฟ้าทะลายโจร เป็นต้น

ส่วนโครงการที่สอง คือ การสนับสนุนการปลูกสมุนไพรแก่ผู้ที่ได้รับการบำบัดยาเสพติด โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อให้พวกเขาได้มีกิจกรรมทำระหว่างพักอยู่ที่โรงพยาบาล และสามารถสานต่อเป็นอาชีพ สร้างรายได้หลังจากออกจากโรงพยาบาล ซึ่งศาสตราจารย์พิเศษ เภสัชกรหญิง กฤษณา ไกรสินธุ์ ได้ยื่นมือช่วยเหลือผู้ป่วยกลุ่มนี้ เพราะเชื่อว่าพวกเขาคือคนที่มีปัญหาในชีวิต อยากหาที่พึ่งพิง จึงหันไปใช้ยาเสพติด แต่อย่างไรแล้วทุกคนย่อมมีคุณค่าในตัวเอง ควรได้รับโอกาสกลับมามีอาชีพ มีศักดิ์ศรี มีความภูมิใจในตัวเองอีกครั้ง โดย กฟผ. จะสนับสนุนพันธุ์พืชสมุนไพรเช่นเดียวกัน รวมทั้งให้ความช่วยเหลือในรายละเอียดอื่น ๆ เพิ่มเติมด้วย

ส่วนโครงการสุดท้าย คือ การปรับปรุงรถ กฟผ. ให้เป็นรถตรวจคุณภาพดินน้ำเคลื่อนที่ เพื่อใช้ลงพื้นที่ควบคู่กับรถแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่ศาสตราจารย์พิเศษ เภสัชกรหญิง กฤษณา ไกรสินธุ์ มีอยู่เดิม ซึ่งจะช่วยให้การปลูกพืชสมุนไพรและการแปรรูปสมุนไพรมีความสะดวกรวดเร็วขึ้น ช่วยลดค่าใช้จ่าย และประหยัดเวลา เพราะไม่ต้องเดินทางไปห้องปฏิบัติการ (Laboratory) ที่อยู่ไกล ๆ เพื่อวิจัยและทดสอบ ทั้งนี้ หากปรับปรุงรถตรวจคุณภาพดินน้ำเคลื่อนที่ได้สำเร็จ ก็จะเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยมีรถดังกล่าวใช้ลงพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ

ประเทศไทยมีดีเรื่องสมุนไพร ที่แต่ละภาคต่างก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เรามีนักวิทยาศาสตร์ที่เก่ง มีภูมิปัญญาชาวบ้านที่บ่มเพาะมาอย่างยาวนาน และเมื่อได้รับขับเคลื่อนการพัฒนาที่เป็นรูปธรรม มีความชัดเจนในเชิงพื้นที่ ได้รู้ว่ามีองค์ความรู้อะไรอยู่บ้างที่คุ้มค่าและเกิดประโยชน์ได้อย่างแท้จริง ซึ่งจะทำให้สมุนไพรไทยสร้างความมั่นคงทางสุขภาพและความยั่งยืนของเศรษฐกิจได้อีกด้วย