Home เรื่องน่าสนใจ รมว.พลังงาน เยือน กฟผ. ขับเคลื่อนนโยบาย Energy for All พลิกโฉมสู่องค์การประสิทธิภาพสูง

รมว.พลังงาน เยือน กฟผ. ขับเคลื่อนนโยบาย Energy for All พลิกโฉมสู่องค์การประสิทธิภาพสูง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มอบแนวคิดเชิงนโยบาย เน้น 3 หัวใจหลัก ได้แก่ มองภาพใหญ่ตั้งเป้าการเป็นศูนย์กลางพลังงานไฟฟ้าของอาเซียน ร่วมมือขับเคลื่อนนโยบาย Energy for All และปฏิรูป กฟผ. สู่การเป็นองค์การประสิทธิภาพสูง เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงจากรอบด้าน และรักษาความภาคภูมิใจในการเป็นองค์การหลักดูแลความมั่นคงด้านระบบไฟฟ้าของประเทศ พร้อมก้าวไกลเป็นหลักด้านพลังงานไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน

วันนี้ (28 สิงหาคม 2562) นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน ในการประชุมเพื่อมอบนโยบายการดำเนินงานต่อผู้บริหาร กฟผ. โดยมีนายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการ กฟผ. พร้อมคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับ ในการนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้มอบนโยบายหลักสำคัญ 3 ข้อคือ 1. ตั้งเป้าประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพลังงานไฟฟ้าของอาเซียน 2. ร่วมขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงพลังงานด้าน Energy for All และ 3. พัฒนา กฟผ. สู่องค์การประสิทธิภาพสูง ณ ห้องประชุมชั้น 19 อาคาร ท.103 สำนักงานใหญ่ กฟผ. ซึ่งการประชุมในครั้งนี้ยังถือเป็นการเยี่ยมเยียนพบปะผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ทั่วประเทศอีกด้วย จากการถ่ายทอดสดผ่าน EGAT Conference

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า รู้สึกภาคภูมิใจในองค์การ กฟผ. เป็นอย่างยิ่ง จากการเป็นองค์การที่ยิ่งใหญ่ระดับประเทศ มีศักยภาพและความสามารถเป็นที่ยอมรับของคนไทย รวมทั้งยังเป็นองค์การสำคัญในการมีส่วนร่วมพัฒนาประเทศมาอย่างยาวนาน และแม้วันนี้สถานการณ์ต่าง ๆ ของโลกเริ่มเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ซึ่งมีผลกระทบต่อทุกองค์กร และกระทบต่อการดำเนินงานของ กฟผ. ซึ่งหากองค์การใดไม่ปรับตัวอาจล้มหายตายจากไป ดังนั้นหวังเป็นอย่างยิ่งว่า กฟผ. จะปรับตัวและก้าวตามให้ทันการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ยังคงเป็นองค์การหลักของประเทศในการดูแลความมั่นคงด้านระบบไฟฟ้า

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวต่อไปว่า ในวันนี้ได้เตรียมแนวคิดเชิงนโยบายมาแลกเปลี่ยนกับ กฟผ. ใน 3 ด้าน คือ

1. ในทุกวันนี้ กฟผ. ถือเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้า และเป็นแกนหลักด้านระบบส่งไฟฟ้า (Back Bone) ของประเทศไทย ขณะเดียวกันยังต้องมองภาพใหญ่ ปรับวิธีคิด เพื่อให้ก้าวไปไกลกว่าเพียงระดับประเทศ โดยต้องก้าวไปสู่การเป็นศูนย์กลางพลังงานไฟฟ้าของอาเซียน ซึ่งจากนโยบายด้าน ASEAN Grid กฟผ. จะเป็นองค์การที่ได้ประโยชน์มากที่สุด ดังนั้นจะทำอย่างไรที่จะขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายนั้นได้ ประกอบกับประเทศไทยมีจุดแข็งด้านภูมิศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคสามารถเชื่อมโยงกับหลายประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงการมีระบบส่งไฟฟ้าของ กฟผ. ที่แข็งแกร่ง จึงเป็นเรื่องที่ กฟผ. ต้องเร่งพัฒนาโครงข่ายระบบส่งให้เชื่อมโยงไปยังประเทศเพื่อนบ้าน กฟผ. ต้องปรับตัวโดยไม่มองเพียงการผลิตไฟฟ้าแบบดั้งเดิมแต่ต้องผันตัวไปสู่ “นักซื้อขาย” หรือ Trader ด้านพลังงานไฟฟ้าด้วย

2. เนื่องจากเทคโนโลยีด้านการผลิตไฟฟ้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เห็นได้จากภาคอุตสาหกรรมที่เริ่มปรับตัวมาผลิตไฟฟ้าใช้เอง จนเกิดปรากฏการณ์ “Duck Curve” ซึ่งต่อไปภาคครัวเรือนจะเป็นแบบนั้นเช่นกัน ด้วยนโยบายของกระทรวงพลังงานที่เตรียมผลักดันให้เกิดรูปแบบการใช้ไฟฟ้าแบบ “Prosumer” ในระดับชุมชนภายใต้โครงการ Energy for All หรือ หนึ่งชุมชนหนึ่งพลังงาน เพื่อให้ชุมชนมีโอกาสใช้และซื้อขายพลังงานที่ผลิตเองได้ สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน จึงทำให้ กฟผ. อาจต้องปรับบทบาทเพื่อเตรียมรับมือกับเรื่องดังกล่าว และร่วมมือกันช่วยสนับสนุนนโยบายนี้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ซึ่งจะเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ด้วยการใช้พืชพลังงานท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าเพิ่ม ผลิตเป็นพลังงานใช้ภายในชุมชนและหากเหลือจึงขายเข้าระบบไฟฟ้า เป็นการสร้างรายได้และลดภาระรายจ่ายของประชาชนได้

3. กฟผ. ถือว่าเป็นองค์การขนาดใหญ่ของประเทศ แต่ข้อเสียของการเป็นองค์การขนาดใหญ่คือเชื่องช้า และติดอยู่ใน comfort zone ดังนั้นอยากขอชวน กฟผ. ลุกขึ้นมาปรับเปลี่ยนตัวเอง ปฏิรูปองค์การให้ก้าวเข้าสู่การเป็นองค์การประสิทธิภาพสูง พลิกโฉมให้ทันการเปลี่ยนผ่าน (Transform) ทั้งการเปลี่ยนผ่านพลังงานของโลกและการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานของภูมิภาค ซึ่งแน่นอนว่า กฟผ. เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ไม่เน้นการแข่งขันกับเอกชน แต่ปฏิรูปนี้เพื่อแข่งขันกับตัวเอง พัฒนาด้านนวัตกรรม และการใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งประโยชน์นอกจากจะเกิดกับ กฟผ. ยังเป็นผลดีกับประเทศที่จะมีหน่วยงานที่มีประสิทธิภาพสูงช่วยในการพัฒนาประเทศ

“กระทรวงพลังงานยินดีที่จะสนับสนุนการดำเนินงานของ กฟผ. อย่างเต็มที่ พร้อมจับมือกับ กฟผ. ในการนำองค์การสู่การเป็นองค์การรัฐวิสาหกิจที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถบริหารจัดการองค์การได้เทียบเคียงกับองค์การเอกชนชั้นนำ พร้อมขอฝากแนวนโยบาย 3 ข้อข้างต้นไว้ให้ กฟผ. เพื่อร่วมกันทำงานพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวหน้าต่อไป”