Home PR News กระทรวงพลังงาน กฟผ. และ ปตท. ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยพายุโพดุล-คาจิกิ

กระทรวงพลังงาน กฟผ. และ ปตท. ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยพายุโพดุล-คาจิกิ

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นำทีมผู้บริหารกระทรวงพลังงาน กฟผ. และ ปตท. ลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด มอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยกว่า 5,500 ชุด ขณะที่พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ตรวจสถานการณ์น้ำเขื่อนอุบลรัตน์ และภาพรวมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ย้ำต้องจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำและติดตามสถานการณ์พายุอย่างใกล้ชิด

 

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นำคณะผู้บริหาร กฟผ. และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มอบถุงยังชีพ จำนวน 2,250 ชุด ซึ่งเป็นถุงยังชีพที่ทั้ง 2 หน่วยงานได้ให้การสนับสนุน แก่ประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัยจากพายุโซนร้อนโพดุลและพายุโซนร้อนคาจิกิในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ณ วัดสระโบสถ์ขวาว ตำบลขวาว อำเภอเสลภูมิ และในเวลาต่อมา นายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมคณะ ได้เข้ามอบถุงยังชีพแก่ประชาชนในอำเภอโพนทอง โดยมีนายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ให้การต้อนรับ ในการนี้มีนายจรรยง วงศ์จันทร์พงษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการปฏิบัติการควบคุมระบบ (ชสค.) นายกิตติ เพ็ชรสันทัด ผู้ช่วยผู้ว่าการปฏิบัติการและบริหารสินทรัพย์ระบบส่ง (ชสป.) นายเกียนเรง เลียงจินดาถาวร ผู้อำนวยการฝ่ายปฎิบัติการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อปอ.) พร้อมด้วยผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ร่วมมอบถุงยังชีพในครั้งนี้ด้วย

สำหรับการมอบถุงยังชีพแก่ประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ทางคณะฯ ได้ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน 2562 นำโดยนายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ซึ่งได้ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพจำนวน 3,250 ชุด รวม 6 จุด ได้แก่ 1) ตำบลโคกกกม่วง อำเภอโพนทอง 2) ตำบลขวาว อำเภอเสลภูมิ 3) บ้านดอนแก้ว หมู่ที่ 9 ตำบลวังหลวง อำเภอเสลภูมิ 4) ตำบลมะอึ ตำบลหนองพอก ตำบลไพศาล บริเวณใกล้อ่างเก็บน้ำธวัชชัย อำเภอธวัชบุรี 5) บ้านแก่งข่า หมู่ 8 ตำบลพระธาตุ อำเภอเชียงขวัญ และ 6) วัดบ้านเหล่างิ้ว ตำบลจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด รวมถุงยังชีพที่ กฟผ. และ ปตท. ได้ให้การสนับสนุนทั้ง 2 วัน เป็นจำนวน 5,500 ชุด

โดยการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยฯ ในช่วงที่ผ่านมา กฟผ. ได้ดำเนินการช่วยเหลือประชาชนในเขตพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิจิตร และจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งได้ส่งมอบน้ำดื่ม จำนวนทั้งหมด 300 แพ็ค และถุงยังชีพ เครื่องอุปโภค-บริโภค จำนวนทั้งหมด 1,695 ถุง

ด้านพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี กฟผ. ได้ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือชุมชนท้ายเขื่อนสิรินธร ส่งมอบน้ำดื่มจำนวนทั้งหมด 300 แพ็ค ให้กับอำเภอโขงเจียม ชุมชนบ้านสุ่มช้าง หมู่ 8 บ้านหนองนกเขียน หมู่ 16 บ้านหนองโดน หมู่ 12 ตำบลคันไร่ อำเภอสิรินธร ชุมชนบ้านสุ่มช้าง หมู่ 8 บ้านหนองนกเขียน หมู่ 16 บ้านหนองโดน หมู่ 12 ตำบลคันไร่ อำเภอสิรินธร คุ้มแก่งผีหลอก บ้านแก่งศรีโคตร ตำบลโนนก่อ อำเภอสิรินธร และจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมสนับสนุนเต็นท์ที่พักชั่วคราวบ้านราษฎรในเขตเทศบาลบ้านด่าน อำเภอโขงเจียม ชุมชนท้ายเขื่อนปากมูล จำนวน 3 หลัง รวมถึงบริจาคงบเพื่อบรรเทาสาธารณภัย จำนวน 300,000 บาท และถุงยังชีพ กฟผ. อีกจำนวน 1,200 ถุง

 

ในขณะที่จังหวัดพิษณุโลก ฝ่ายปฏิบัติการภาคเหนือ (อปน.) ได้ลงพื้นที่แจกถุงยังชีพและน้ำดื่มช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่บ้านวังประดู่ ตำบลพิกุล อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก จำนวน 135 ชุด นอกจากนั้นยังได้มอบถุงยังชีพให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดพิจิตร พื้นที่ชุมชนรอบสถานีไฟฟ้าแรงสูงพิจิตร และชุมชนใกล้แนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูง อีกจำนวน 360 ชุด

 

นอกจากนี้ ในวันที่ 7 กันยายน 2562 พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เข้ารับฟังรายงานสรุปสถานการณ์น้ำของเขื่อนอุบลรัตน์ และสถานการณ์น้ำภาพรวมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจากสภาวะฝนทิ้งช่วง โดยมีนายประเสริฐ อินทับ ผู้อำนวยการเขื่อนศรีนครินทร์ (อขศ.) ในฐานะผู้แทนผู้ว่าการ กฟผ. พร้อมด้วยผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. และหัวหน้าส่วนราชการอำเภออุบลรัตน์ ร่วมให้การต้อนรับ ณ โรงไฟฟ้าพลังน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น

สำหรับภาพรวมปริมาณน้ำของเขื่อนในพื้นที่ภาคอีสานตอนใต้และเขื่อนอุบลรัตน์พบว่า ยังต่ำกว่าเกณฑ์และน่าเป็นห่วงต่อสถานการณ์ภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ ซึ่งภายหลังรับฟังรายงานการสรุปฯ รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบแนวทางในการปฏิบัติงานแก่ผู้บริหารและผู้ปฎิบัติงาน กฟผ. โดยให้จัดทำแผนงานบริหารจัดการน้ำให้มีความเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะน้ำอุปโภคบริโภค และขอให้เร่งผันน้ำลงเขื่อนต่างๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รองรับการใช้น้ำช่วงฤดูแล้ง พร้อมกับฝากให้ผู้ว่าราชการจังหวัดขุดแก้มลิงกักเก็บน้ำในพื้นที่ต่างๆ ให้ครอบคลุม โดยนายกรัฐมนตรี ได้ฝากกำชับทุกหน่วยงานให้ทำงานแบบบูรณาการเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนอย่างทันท่วงที และขอให้ส่วนราชการติดตามสถานการณ์พายุอย่างใกล้ชิด โดยแจ้งเตือนให้ประชาชนทราบ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง