Home ความรู้เรื่องพลังงาน บทความเรื่องพลังงาน ตามรอยพลังงานไฟฟ้าญี่ปุ่น สู่การสร้างสมดุลพลังงานไทย EP1

ตามรอยพลังงานไฟฟ้าญี่ปุ่น สู่การสร้างสมดุลพลังงานไทย EP1

ตามรอยพลังงานไฟฟ้าญี่ปุ่น สู่การสร้างสมดุลพลังงานไทย ตอนที่ 1

หากพูดถึงประเทศญี่ปุ่น หลายคนนึกถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีทันสมัยและสภาพแวดล้อมที่คงความสวยงามตามวิถีธรรมชาติ ทำให้ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่นักท่องเที่ยวแวะเวียนมาไม่เคยขาด

PHOTO-39

ใครจะรู้ว่าความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่น ล้วนมาจากปัจจัยพื้นฐานด้านระบบไฟฟ้าที่มั่นคง จากเชื้อเพลิงหลัก 3 ชนิด คือ พลังงานนิวเคลียร์ ถ่านหิน และก๊าซ LNG ที่เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ กระทั่งเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ เมื่อปี 2554 ญี่ปุ่นต้องประสบเหตุการณ์พลิกผันด้านพลังงาน โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ถูกปิดตัวลงกว่า 40 โรง ส่งผลให้ญี่ปุ่นต้องปรับทิศทางพลังงานไฟฟ้าใหม่ ตั้งแต่ปี 2556 โดยลดสัดส่วนพลังงานนิวเคลียร์จากร้อยละ 28 เป็นร้อยละ 2 และเพิ่มสัดส่วนเชื้อเพลิงถ่านหิน จากร้อยละ 25 เป็นร้อยละ 30 และก๊าซ LNG จากร้อยละ 29 เป็นร้อยละ 43 ซึ่งสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นของก๊าซ LNG นี้ ทำให้ประชาชนต้องแบกภาระค่าไฟฟ้าที่แพงขึ้น ญี่ปุ่นจึงต้องกลับมาทบทวนสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าใหม่อีกครั้ง

สัดส่วนเชื้อเพลิงญี่ปุ่น 2030

ปัจจุบันทิศทางพลังงานไฟฟ้าของญี่ปุ่นมีลักษณะการใช้เชื้อเพลิงแบบผสมผสาน ไม่พึ่งพิงเชื้อเพลิงชนิดใดชนิดหนึ่งมากไปจนเกิดปัญหาเช่นในอดีต โดยในปลายแผนปี 2573 ญี่ปุ่นต้องการให้ประเทศก้าวสู่สัดส่วนพลังงานที่สมดุล คือ ลดสัดส่วนก๊าซ LNG ลงให้เหลือร้อยละ 27 และเพิ่มสัดส่วนจากการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน ร้อยละ 14 พลังงานนิวเคลียร์ ร้อยละ 22 และถ่านหิน ร้อยละ 26

เห็นได้อย่างชัดเจนว่า การปรับทิศทางพลังงานไฟฟ้าของญี่ปุ่นแต่ละครั้ง “ถ่านหิน” ไม่เคยหลุดจากโผเชื้อเพลิงหลักที่เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศเลย อะไรทำให้ญี่ปุ่นยอมรับการพัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ทั้งที่กฎหมายควบคุมสิ่งแวดล้อมของประเทศญี่ปุ่นมีความรัดกุมและเข้มข้นอย่างมาก นั่นอาจเป็นเพราะญี่ปุ่นเป็นประเทศแห่งเทคโนโลยีที่เฝ้าติดตามนวัตกรรมที่ทันสมัยตลอดเวลา จึงรู้ดีว่าเทคโนโลยีสมัยใหม่ “เอาอยู่” สามารถควบคุมการปลดปล่อยมลสารได้เกือบทั้งหมด

สัดส่วนเชื้อเพลิงไทย โอเค

หากมองกลับมายังประเทศไทย มีแนวทางสร้างความสมดุลด้านพลังงานเช่นเดียวกับประเทศญี่ปุ่น ที่ผ่านมาไทยพึ่งพาก๊าซธรรมชาติผลิตไฟฟ้ามากถึงเกือบร้อยละ 70 มีความเสี่ยงต่อความความมั่นคงของระบบไฟฟ้า แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ. 2558 – 2579 (PDP 2015) จึงให้ความสำคัญต่อการสร้างสมดุลเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้ามากขึ้น โดยปลายแผน ปี 2579 ประเทศไทยจะใช้ก๊าซธรรมชาติร้อยละ 40 ถ่านหินร้อยละ 20 พลังงานหมุนเวียนร้อยละ 20 ซื้อไฟฟ้าพลังน้ำต่างประเทศร้อยละ 20 โดยมองว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นทางออกที่เหมาะสมกับประเทศไทยที่สุดเวลานี้ ด้วยศักยภาพในการสร้างความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้า ราคาค่าเชื้อเพลิงถูก ทำให้ค่าไฟถูกไปด้วย และโรงไฟฟ้าถ่านหิน มีเทคโนโลยีทันสมัยกำจัดมลสารได้อย่างสมบูรณ์ ไม่สร้างมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน

capture-รฟ. ถ่านหินญี่ปุ่น แผนที่ จาก รวพฟ.

การพัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศไทย ใช้เทคโนโลยีทันสมัย Ultra Super Critical เป็นที่ยอมรับในระดับสากล แบบเดียวกันกับญี่ปุ่น สามารถควบคุมมลสารก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ออกไซด์ของไนโตรเจน และฝุ่น ในระดับใกล้เคียงกัน สิ่งที่ประเทศไทยจะทำได้ดีกว่าญี่ปุ่นมีหลายอย่าง เช่น เพิ่มการติดตั้งเครื่องกำจัดปรอท ลานกองถ่านหินที่เป็นระบบปิดเพื่อขจัดปัญหาการฟุ้งกระจายของถ่านหิน และการให้ความสำคัญต่อชุมชนครอบคลุมทุกกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยลงพื้นที่เพื่อให้ข้อมูลและรับฟังข้อวิตกกังวลของชุมชน มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในรูปแบบของโครงการต่าง ๆ นอกเหนือจากเงินกองทุนพัฒนาพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ชุมชนจะได้รับในอัตรา 2 สตางค์ต่อหน่วย

PWR_1014_TP_Hitachinaka_Splash (1)

โรงไฟฟ้าถ่านหินของประเทศไทยจะนำไปสู่การสร้างสมดุลเชื้อเพลิงพลังงานไฟฟ้าได้หรือไม่นั้น ถือว่าเป็นความท้าทายครั้งสำคัญ พลังเสียงของประชาชนในพื้นที่เท่านั้น จะเป็นตัวกำหนดชะตาพลังงานไฟฟ้าของพื้นที่และของประเทศไทยในอนาคต

Leave a Reply

Leave a Reply