Home ความรู้เรื่องพลังงาน บทความเรื่องพลังงาน มติชุมชน 4 ตำบลรอบโรงไฟฟ้า พร้อมแสดงจุดยืนโครงการกระบี่

มติชุมชน 4 ตำบลรอบโรงไฟฟ้า พร้อมแสดงจุดยืนโครงการกระบี่

291216coal1a

ชุมชนในพื้นที่รอบโครงการโรงไฟฟ้ากระบี่ 4 ตำบล มีมติให้มีการแสดงออกเพื่อให้รัฐบาลตัดสินใจโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ด้านผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม ชี้ไฟฟ้าจำเป็นต่อธุรกิจ แต่รัฐจะต้องดูแลมาตรการต่างๆ ตามที่สัญญาไว้ ขณะที่ชาวประมงใกล้ท่าเรือขนส่งถ่านหิน เห็นโอกาสให้เกิดการพัฒนาถนน ไฟฟ้า ประปา  เช่น ถนนเลียบสายพานลำเลียง ซึ่งจะทำให้สามารถส่งสินค้าทะเลออกสู่ตลาดได้สะดวกยิ่งขึ้น

นายกิจจา ทองทิพย์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ตำบลปกาสัย อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ ในฐานะผู้ประสานงาน และโฆษกกลุ่ม 4 ตำบล ซึ่งประกอบด้วย ตำบลปกาสัย ตำบลคลองขนาน ตำบลตลิ่งชัน และตำบลศรีบอยา ซึ่งเป็นตำบลที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ รวม 31 หมู่บ้านกล่าวว่าสมาชิกชุมชนได้ร่วมประชุมกันเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา และมีมติสนับสนุนและให้มีการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่จังหวัดกระบี่

291216coal2

“ผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า หรือเป็นพื้นที่ไข่แดง ยินดีพร้อมใจที่จะแสดงออกถึงสัญลักษณ์ให้รัฐบาล กระทรวงต่างๆ หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้เห็นว่า พี่น้องในชุมชนต้องการให้มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน  เนื่องจากเห็นว่าเรื่องพลังงานเป็นสิ่งจำเป็นของทั้งประเทศ และเป็นเรื่องที่ชุมชนที่ต้องตัดสินด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตาม การออกมาเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงเตรียมความพร้อม และกำหนดเวลาที่เหมาะสม ซึ่งจะมีขึ้นในเร็วๆ นี้” นายกิจจากล่าว

“วันนี้สิ่งที่เราทำ เราไม่ได้ทำเพื่อจังหวัดกระบี่ เราทำเพื่อพี่น้องทั่วประเทศ” นายกิจจา กล่าวเพิ่มเติม

ด้านของผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม ในจังหวัดกระบี่ นายเอกวิทย์ ภิญโญธรรมโนทัย กรรมการผู้จัดการ พีซลากูน่า รีสอร์ทแอนด์สปา กล่าวว่า ธุรกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้เติบโตขึ้นมาก หากมีพลังงานไฟฟ้าไม่เพียงพอ ธุรกิจการท่องเที่ยวก็ไม่สามารถอยู่และเติบโตได้ ซึ่งปัจจุบันนี้ ในพื้นที่มีไฟฟ้าตกและดับเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ส่งผลกระทบให้อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ มีอายุการใช้งานสั้นลง

“เชื่อมั่นว่าหากมีโรงไฟฟ้าถ่านหินเกิดขึ้นในพื้นที่จะช่วยให้พลังงานไฟฟ้าเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของธุรกิจการท่องเที่ยว เนื่องจากจะลดปัญหาไฟฟ้าตกและดับ รวมถึงพยุงราคาค่าไฟฟ้าให้มีราคาไม่สูงขึ้น เนื่องจากเชื้อเพลิงถ่านหินมีต้นทุนต่ำ จึงเป็นทางเลือกที่ดีในการผลิตไฟฟ้า” นายเอกวิทย์ กล่าว 

นายเอกวิทย์ กล่าวด้วยว่า ในอดีตกระบี่ก็มีโรงไฟฟ้าซึ่งใช้เชื้อเพลิงถ่านหินในการผลิตไฟฟ้าตั้งอยู่ในพื้นที่นานมากกว่า 40-50 ปี โดยยังไม่เคยพบว่ากระทบต่อสุขภาพหรือสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม อยากฝากให้ภาครัฐดูแลมาตรการต่างๆ ให้เป็นไปตามที่สัญญาไว้ เพราะหากมีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมก็จะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวเช่นเดียวกัน

291216coal31

“อยากฝากให้ภาครัฐและ กฟผ. สร้างความมั่นใจและให้คำมั่นสัญญาว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินที่เกิดขึ้น จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้ประกอบการธุรกิจในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ตลอดจนร่วมติดตามตรวจสอบและกำกับดูแลคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน” กรรมการผู้จัดการ พีซลากูน่า รีสอร์ทแอนด์สปา กล่าว

ในส่วนของภาคประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ นายจักรกฤช คมขำ ชาวประมง หมู่ 9 บ้านท่ายาง ต.คลองขนาน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ กล่าวว่า คนกระบี่อยู่กับโรงไฟฟ้ามานานกว่า 40-50 ปี แต่ยังไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง ชาวบ้านใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข สามารถทำประมงได้เช่นเดิม

พร้อมกันนี้ นายจักรกฤช แสดงจุดยืนชัดเจนว่า ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 9 ซึ่งทำประมงชายฝั่งใกล้ท่าเรือขนส่งถ่านหิน ต้องการให้เกิดการพัฒนาถนน ไฟฟ้า ประปา  เช่น ถนนเลียบสายพานลำเลียง ซึ่งจะทำให้สามารถส่งสินค้าทะเลออกสู่ตลาดได้สะดวกยิ่งขึ้น

291216coal5a

เมื่อกล่าวถึงกลุ่มผู้คัดค้าน นายจักรกฤช กล่าวว่า ขอให้โรงไฟฟ้าถ่านหินได้ขึ้นมาก่อน เพราะปัจจุบันเทคโนโลยีทันสมัยขึ้นมาก ซึ่งหากมีผลกระทบเกิดขึ้นจริงหลังจากมีโรงไฟฟ้า ก็คงไม่ยอม และพร้อมที่จะคัดค้านหรือตรวจสอบกันอีกครั้งอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม หากโรงไฟฟ้าถ่านหินเกิดขึ้นไม่ได้ ก็อยากให้รัฐบาลสนับสนุนให้เกิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าที่ผลิตพลังงานที่สะอาด อย่างในญี่ปุ่น

 

Leave a Reply

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *