Home ประเด็นร้อน “สิทธิชุมชน” กับ “การทำประชามติของชุมชน” ในพื้นที่ตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหิน : กรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์

“สิทธิชุมชน” กับ “การทำประชามติของชุมชน” ในพื้นที่ตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหิน : กรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์

“สิทธิชุมชน” กับ “การทำประชามติของชุมชน” ในพื้นที่ตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหิน

จากบทความของTDRI โดยคุณอดิศร์ อิศรางกูรฯ คงต้องถามว่า

 

1.จริงแล้วการต่อต้านที่เราเห็นการมานอนที่ข้างทำเนียบของโรงไฟฟ้าถ่านหินและโรงไฟฟ้ากระบี่ ที่ในบทความอ้างว่าโดยสรุปว่า เป็นการต่อต้านและการเผชิญหน้าของคนในพื้นที่

 

 2.ท่านกล่าวว่ามีการต่อต้านจากคนในพื้นที่เป็นจำนวนมาก

 

ต้องถามกลับว่า.. ท่านทราบ “ข้อเท็จจริง”

ที่ท่านนำมาอ้างถึงดีจริงแล้วหรือ ?

ว่าการต่อต้านนั้นมาจากคนในพื้นที่เป็นส่วนใหญ่จริง

อย่างที่ท่านอ้างว่าเป็นการเผชิญหน้าของคนในพื้นที่เป็นจำนวนมาก


แต่ถ้าข้อเท็จจริงกลับเป็นว่า..

คนส่วนใหญ่ที่ต่อต้านจริง

ที่กำลังมาแสดงบทบาทคัดค้านนั้น

เป็นคน “นอกพื้นที่” ภายใต้การขับเคลื่อน ของกลุ่ม Greenpeace ล่ะ

และที่จริงแล้วคนที่คัดค้านในพื้นที่มีจำนวนน้อยมากล่ะ

ท่านจะมีความเห็นอย่างไร?????

 

คงเป็นเรื่องปกติ ที่ทุกเรื่องที่เป็นกิจกรรมของมนุษย์

คงยากหรือเกือบเป็นไปไม่ได้ ที่จะมีคนเห็นด้วยครบทุกคน 100%

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนเป็นจำนวนมาก

ย่อมต้องมีคนเห็นต่างไม่เห็นด้วย ไม่เห็นชอบอยู่บ้างมากบ้างน้อยบ้าง

การที่จะเปิดเวทีที่จะให้ประชาชนที่มีจำนวนมากมารวมตัวทั้งหมด

หรือจำนวนมากก็คงมีข้อจำกัด ก็เฉกเช่นทุกๆเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประชาชนส่วนใหญ่

เช่น การมีส่วนร่วมในการเมือง การเลือกตั้ง การพิจารณากฎหมาย ที่เราคงไม่สามารถเปิดให้ทุกคนมามีส่วนร่วมได้ทั้งหมด

ดังนั้น.. การออกแบบกลไกส่วนนี้

ทั้งในส่วนของการเปิดการแสดงความคิดเห็น

ก็ได้เปิดให้ผู้ที่อยากใช้สิทธิมาร่วมด้วยจำนวนหนึ่ง

แต่ก็ไม่ยินดีที่จะให้มีคนจำนวนหนึ่งมาใช้สิทธิเพื่อก่อกวน

ซึ่งน่าจะถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิผู้อื่นที่จะได้มีโอกาสใช้สิทธิในการแสดงความคิดเห็น ทั้งในเชิงสนับสนุนและคัดค้าน

เหมือนที่มีคนจำนวนหนึ่งมาก่อกวนเพื่อล้ม ก่อความวุ่นวาย หรือกระทั่งอ้างว่าเป็นการกระทำเชิงสัญญลักษณ์

แต่สุดท้ายคือการก่อความวุ่นวายขัดขวางการใช้สิทธิของผู้อื่น


มันจะเป็นแบบนี้ทุกครั้ง !! และมักมีการกล่าวอ้าง
ในเชิงแบบที่คุณอดิศร์แสดงความเห็นมาซ้ำซากจนเป็นแผ่นเสียงตกร่อง

จนสุดท้ายทั้งชุมชนกระบี่และเทพา

จึงต้องการประกาศถึงการขอร้อง

ให้คนจากที่อื่นเคารพใน สิทธิชุมชนของคนในพื้นที่ กันบ้าง

เพื่อยินยอมให้เขาได้มีการจัดการจัดเอง

ก็เห็นหลายเรื่องก็มีการอ้างถึงการให้เคารพสิทธิชนกันนักไม่ใช่หรือ ??

หวังว่าคงจะไม่มีใครบิดเบือนข้างๆคูๆเอาสีข้างเข้าถู ว่าถ้าเป็นเรื่องโรงไฟฟ้าเป็นสิทธิชุมชนของคนทั้งภาคทั้งประเทศนะ

น่าอายจัง !!

 


หนทางหนึ่งที่ชุมชนในพื้นที่จึงอยากจะแสดง

การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจให้ประจักษ์ชัด

 

เขาจึงมาร้องว่า

 

ภาครัฐใช้สิทธิอะไรไปทำ MOU กับคนนอกพื้นที่ของเขา

ในสิ่งที่เขาไม่เห็นด้วยไม่ได้มีส่วนร่วมเลย ทีแบบนี้แทบไม่ใครรวมทั้ง TDRI และ คุณอดิศร์ ออกมาพูดถึงในมุมแบบนี้กันบ้างเลย

เขาจึงเรียกร้องให้ยกเลิก MOU ที่ไม่ชอบธรรมนี้เสีย

แล้วขอให้มีการ “ลงประชามติ”

เพื่อให้คนในพื้นที่ของเขาเองมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ

ซึ่งน่าที่จะเป็นเรื่องที่ภาครัฐ ภาคประชาชน ภาคสังคม

รวมทั้ง TDRI และคุณอดิศร์ สมควรให้การเคารพสิทธิชุมชน และให้การสนับสนุน มิใช่หรือ ??


แต่ภาครัฐกลับยืนยันที่จะทำตามข้อเรียกร้องของคนนอกพื้นที่
และแทนที่ TDRI จะมาเขียนบทความทำนองแบบที่เขียนมานี้สมควรที่จะเขียนบทความสนับสนุนการเคารพสิทธิชุมชนและสนับสนุนการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ด้วยการลง “ประชามติของชุมชน” เองจะดีกว่าไหม ?

 

จะได้ไม่ต้องไปอ้างข้อมูลที่อาจไม่จริง

ในเรื่องการต่อต้านของคนในพื้นที่จำนวนมาก


หรือจะลองแอบไปลงพื้นที่แบบลับๆไม่บอกใคร
ในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าสักสองถึงสามสัปดาห์ลองดูพื้นที่ให้ละเอียดดู จะดีไหม ??

การวิพากษ์ เสนอความเห็นบนพื้นฐานที่ใช้ข้อมูลไม่จริง
สมมุติว่า เชื่อว่า แหล่งข่าว เขาว่า เขาบอกว่าอะไรทำนองนี้อาจทำให้การสื่อสังคมที่ไม่ถูกต้องได้

ทุกวันนี้มักมีการกล่าวอ้างถึงการต่อต้านว่า เป็นการต่อต้านจำนวนมากของคนในพื้นที่ โดยเฉพาะจากกลุ่มเอ็นจีโอกลุ่ม Greenpeace
และนำมาซึ่งการแสดงความเห็นเชิงสนับสนุนความเห็นเชิงคัดค้านกัน และมีการนำคนมาชุมนุมคัดค้านนอนกันข้างทำเนียบจึงเป็นเรื่องน่าสนใจมากถ้าผลการประชามติ ออกมาในลักษณะที่ตรงข้ามกับการกล่าวอ้างถึงของกลุ่มคัดค้าน

ล่าสุดผู้นำชุมชนรอบโรงไฟฟ้ากระบี่ ได้แจ้งให้ทราบว่า
เขาจะยอมหยุดการเรียกร้องให้สร้างโรงไฟฟ้าทันที ถ้าผลการประชามติออกมาว่า”คนกระบี่ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินมากกว่า” ซึ่งก็หมายถึงให้ลืมไปเลยที่จะมีโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ เกิดขึ้นที่นั่นอีก !!!


กรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์

หมายเหตุ : 

มีคนจำนวนมากไม่ทราบว่า

การชุมนุมคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ที่เอาเด็กมาร้องไห้ข้างทำเนียบ

เมื่อต้นปีที่แล้ว

จนรัฐบาลสั่งให้ถอน EHIA กระบี่นั้น

 

ผู้นำการชุมนุม ก็เป็นคนนอกพื้นที่กระบี่

และเป็นเอ็นจีโอสาย Greenpeace

ที่เคยประกาศว่า จะเบี้ยวไม่ชำระเงินคืน กยศ.

 

ผู้ขออนุญาตชุมนุม ก็ไม่ใช่คนกระบี่

แต่เป็นคนนครศรีธรรมราช

นี้มันเรื่องคนนอกพื้นที่

ที่ไม่เคารพสิทธิชุมชนกันเลยนะ