Home เรื่องน่าสนใจ ตาดูดาว เท้าแช่น้ำ ที่เขื่อนรัชชประภา

ตาดูดาว เท้าแช่น้ำ ที่เขื่อนรัชชประภา

“ตาดูดาว เท้าแช่น้ำ ที่เขื่อนรัชชประภา”

เขื่อนรัชชประภา หรือชื่อเดิมคือ เขื่อนเชี่ยวหลาน เขื่อนเอนกประสงค์ขนาดใหญ่ของภาคใต้ อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองสุราษฎ์ธานี ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ระยะทาง 80 กิโลเมตร ในครั้งนี้จะพาล่องเรือไปชมธรรมชาติอันงดงามของภูเขาหินปูน ที่เมื่อสะท้อนกับแสงแดดจะเห็นเป็นสีขาวสลับส้มไล่ระดับกันอย่างสวยงาม  จุดชมวิวที่ถูกขนานนามว่าเป็นกุ้ยหลินเมืองไทย ให้อาหารปลาตะเพียนหางแดง ชมทัศนียภาพโรงไฟฟ้าพลังน้ำ สักการะพระพุทธสิริสัตตราช ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาว กฟผ. จุดชมดาวของเขื่อนที่เรียกได้ว่า เห็นดาวเป็นพันๆ ดวง โดยไม่ต้องขึ้นดอยไปไกลๆ เลย และสุดท้ายจะพาไปภูเขารูปหัวใจ แห่งเขาเทพพิทักษ์ ที่เกิดจากความตั้งใจของธรรมชาติโดยไม่ผ่านมือมนุษย์แม้แต่น้อย !!!

แต่เดิมเขื่อนนี้มีชื่อเรียกว่า “เขื่อนเชี่ยวหลาน” เขื่อนอเนกประสงค์แห่งที่สองของภาคใต้ อยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 พระราชทานนามให้ใหม่ว่า “เขื่อนรัชชประภา” แปลว่า แสงสว่างแห่งรัชกาล หรือ “Light of the Kingdom”  โดยส่วนนี้จะเป็นจุดชมวิวที่จะมองเห็นวิวทิวทัศน์โดยรอบเขื่อน สัมผัสความงามแบบ 360 องศา

เขาสามเกลอ 
จุดเช็คอินชื่อดังของเขื่อน มีลักษณะคล้ายกุ้ยหลินของประเทศจีน สามารถเดินทางมาชมได้โดยการเช่าเรือนำเที่ยว โดยในเขื่อนมีจุดเช็คอินที่สวยงามเป็นจำนวนมาก สามารถกระซิบกับคนขับเรือได้เลยว่าต้องการให้พาไปจุดไห

ภูเขาหินปูนที่มองเห็นได้ตลอดการล่องเรือ ความสวยงามแบบนี้ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะอยู่ภายในเขื่อน

เมื่อเข้ามาถึงภายในเขื่อน ถึงกับต้องร้อง โอ้โหววว ! ให้กับความกว้างใหญ่ของเขื่อน เพราะจากเหนือจรดใต้มีความยาวถึง 68 กิโลเมตร บนพื้นที่กว่า 1 แสน 5 พันไร่ !

โดยเขื่อนตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสก ด้วยความรื่นรมย์ ทัศนียภาพที่งดงาม และอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี อาจจะทำให้ใครหลงรักสถานที่แห่งนี้ได้ไม่ยาก

ทั้งนี้อุทยานแห่งชาติเขาสก จะแบ่งจุดท่องเที่ยวออกเป็น 2 ส่วน คือ เขาสกส่วนของเขื่อนเชี่ยวหลาน ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถชมวิวทิวทัศน์ เหนือเขื่อน ลงเรือนอนแพ ชมเขาสามเกลอ (ภูเขาหินกลางน้ำ) เที่ยวถ้ำประการัง ถ้ำน้ำทะลุ และเขาสกส่วนที่เป็นที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาสก ซึ่งเป็นจุดที่ไปชม น้ำตก เดินป่า และ ชมบัวผุด โดยทั้งสองที่อยู่ห่างกันประมาณ 60 ก.ม.

ขณะล่องเรือไปก็จะพบกับเกาะแก่งที่มีมากกว่าร้อยเกาะ

บรรยากาศในเขื่อนคล้ายทะเลสาบขนาดใหญ่ คือน้ำจะนิ่งมาก ใครที่กลัวจะเมาเรือรับรองได้ว่ามาที่นี่จะได้นั่งกินลมชมวิวได้อย่างสบายอกสบายใจแน่นอน

ภูเขาหินปูนรูปร่างแปลกตา ไม่รู้ใครจะมองเห็นเป็นภาพอะไรบ้าง แต่แอดมินว่ามันคล้ายไดโนเสาร์พันธุ์ไทรเซอราท็อปส์ หรือเจ้าสามเขาเลย

แพนางไพร อุทยานแห่งชาติเขาสก

ภายในเขื่อนจะมีที่พักให้เลือกได้หลากหลาย แต่วันนี้จะพาทุกคนมาพบกับที่พักหลักร้อย วิวหลักล้านที่แท้ทรู ห้องพักของอุทยานถูกโอบล้อมด้วยความสวยงามของน้ำสีเขียวส่องประกายกระทบกับแสงแดด และภูเขาหินปูนที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า
.
ลักษณะแพเป็นแบบใกล้ชิดธรรมชาติ ไม่มีพัดลมและแอร์ ห้องน้ำรวม สัญญาณโทรศัพท์มีแค่ AIS เท่านั้น เรียกได้ว่าอยู่กับธรรมชาติจริงๆ แต่ไม่ต้องกลัวว่าจะเบื่อ เพราะมีกิจกรรมให้ทำมากมาย ไม่ว่าจะโดดน้ำเล่น พายเรือคายัคชิลๆ หรือให้อาหารน้องปลาตะเพียนแดงที่คอยมารออยู่หน้าห้องพัก

แพนางไพร ให้อาหารปลาตะเพียนแดง 🐟

กิจกรรมภายในเขื่อน เรียกได้ว่าเป็นกิจกรรมที่สามารถทำร่วมกันได้ทั้งครอบครัว ทั้งพายเรือคายัค ให้อาหารปลา ไดร์ฟกอล์ฟ ปีนผา หรือจะนอนอ่านหนังสือท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติสบายๆ ก้ถือว่าคุ้มค่าแล้วที่ได้มาเยือน

โรงไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อน 🏭

เมื่อเดินเล่นมาจนถึงสันเขื่อน มองลงไปด้านล่างจะพบกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ โดยในปีหนึ่งผลิตไฟฟ้าได้เฉลี่ย 554 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง ถือเป็นผลพลอยได้จากการสร้างเขื่อนอีกอย่างหนึ่ง
.
นอกจากประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเฉียบพลัน ช่วยชะลอความเร็วน้ำ ลดปัญหาภัยแล้ง น้ำที่เก็บไว้ในฤดูน้ำหลากจะถูกปล่อยออกมาเพื่อการอุปโภค บริโภคและทำการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง น้ำที่ปล่อยออกมายังผลให้พื้นที่บริเวณอำเภอคิรีรัฐนิคม และอำเภอพุนพินสามารถปลูกพืชได้ผลดีในฤดูแล้ง ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 100,000 ไร่ เป็นการสร้างรายได้แก่ชาวบ้านในพื้นที่อีกทางหนึ่ง

บ้านพักเพชรไพลิน 🏡

หลังจากกลับจากการล่องเรือและชมธรรมชาติภายในเขื่อน กฟผ. ยังมีบ้านพักรับรองสำหรับนักท่องเที่ยวทุกท่าน สำหรับผู้ที่ชอบการพักผ่อนแบบสบายๆ คลายความเครียด แถมหรูหรา ซึ่งขนาดห้องนี้จัดว่ากว้างขวางเกินราคามากกกก ภายในห้องใหญ่โต มีทั้งห้องนอนและห้องนั่งเล่น ไม่ว่าจะนอน จะนั่ง หรือชวนเพื่อนมานั่งเล่นทำกิจกรรม ก็ฟินแน่นอน !! อีกทั้งยังมีระเบียงกว้างๆ อากาศสดชื่น ลมเย็นๆ วิวสุดยอด ให้ปอดได้สูดรับออกซิเจนอย่างเต็มที่กันอีกน้าาาา

📌 ใครมีแพลนกำลังจะไป ดูข้อมูลที่พักที่ลิ้งค์นี้ได้เลย : http://rpb.egat.com/index.php/9-uncategorised/43-staying

จุดชมดาว 🌌🌟

สำหรับคนนอนดึก ที่นี่ยังมีความงดงามอีกอย่างหนึ่งคือ ดาวที่นี่สามารถเห็นชัดด้วยตาเปล่าได้เลย จะมานอนดูดาวกับแฟนก็ฟินไปอีกแบบ ! ไม่น่าเชื่อว่าภายในเขื่อนจะมีสถานที่แบบนี้อยู่ด้วยนะเนี่ย

สักการะ พระพุทธสิริสัตตราช 🔔

ก่อนโบกมืออำลา อย่าลืมแวะสักการะพระพุทธสิริสัตตราช หรือหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์ พระศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองไทย และเป็นพระประจำองค์กร กฟผ.
.
ความเป็นมาแต่เดิมนั้น ในปี พ.ศ. 2542 ประเทศไทยประสบปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาภัยแล้ง ประชาชนชาวไทยต่างได้รับความเดือดร้อนกันถ้วนหน้า หลวงปู่สอ ซึ่งมีพระพุทธรูปคู่บุญบารมี อันได้แก่ หลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์ (สัญลักษณ์แห่งฝนและความร่มเย็น) และเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวฯ ครบ 6 รอบหลวง ปู่สอจึงมีดำริจัดสร้างพระพุทธสิริสัตตราช เพื่ออัญเชิญไปประดิษฐานไว้ ณ เขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก และเขื่อนสิริกิติ์จังหวัดอุตรดิตถ์ นับแต่นั้นมาจึงอัญเชิญพระพุทธสิริสัตตราชเป็นพระประจำองค์กร กฟผ. สืบต่อไป 

สะพานแขวนเขาพัง ภูเขารูปหัวใจ เขาเทพพิทักษ์ 💚

อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมขาติ ที่ต้องห้ามพลาด โดยภูเขาตั้งอยู่ไม่ไกลจากเขื่อนรัชชประภา ทางเข้าอยู่บริเวณวัดเขาพัง โอบล้อมไปด้วยความเขียวขจีของขุนเขา โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ภูเขารูปหัวใจ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ไม่ว่าใครผ่านมาก็ต้องเข้ามาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก เพราะความสวยงามแปลกตาที่เกิดจากธรรมชาติล้วนๆ โดยสะพานแขวนนี้สร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ในการคมนาคมของชาวบ้านในพื้นที่

ครั้งหน้าเราจะพาไปชมสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ไหนในจังหวัดสุราษฎ์ธานี รอติดตามได้เลยนะคร้าบบบ