Home เรื่องน่าสนใจ ดูนก 🐦 รอบโรงไฟฟ้าจะนะ ตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์เชิงนิเวศวิทยา

ดูนก 🐦 รอบโรงไฟฟ้าจะนะ ตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์เชิงนิเวศวิทยา

ดูนก 🐦 รอบโรงไฟฟ้าจะนะ จังหวัดสงขลา ตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์เชิงนิเวศวิทยา

⚡️เราได้รวบรวมภาพสัตว์ตระกูลนกบางส่วนที่พบจากการสำรวจบริเวณโรงไฟฟ้าจะนะ และได้ทำเป็นโครงการวิจัยในปี 2561 พร้อมกับข้อมูลเบื้องต้นของนกแต่ละชนิด เพื่อให้ผู้ที่มีความสนใจ ได้ร่วมศึกษาและชมความน่ารักสวยงามของสัตว์ตระกูลนก ที่มีอยู่ในประเทศไทย ไปด้วยกัน

🏭 โรงไฟฟ้าจะนะ จ.สงขลา มีการพัฒนาพื้นที่สีเขียวในบริเวณโรงไฟฟ้าและสวนชุมชน ซึ่งแต่ละบริเวณก็จะมีสภาพที่ประกอบไปด้วยพันธ์ไม้ตามแต่ชนิดที่ขึ้นอยู่ได้เองหรือที่ปลูกเพิ่มเติม ที่จากเดิมเป็นเพียงพื้นที่โล่งก็มีความร่มรื่น บังแดด กันฝน ซึ่งสังเกตเห็นสิ่งมีชีวิตต่างๆ ในบริเวณและรอบพื้นที่โรงไฟฟ้า

🦅 โรงไฟฟ้าจะนะ จึงได้มีโครงการสำรวจชนิดของสัตว์ โดยได้เริ่มจากสัตว์ตระกูลนก เพื่อบ่งบอกถึงสภาพความสมบูรณ์ของพื้นที่ จำนวนชนิดของนก และบริเวณที่พบจะเป็นค่าที่บ่งบอกถึงสภาพแวดล้อมของพื้นที่นั้น ๆ ทั้งยังเป็นข้อมูลที่สามารถนำมาประกอบการปรับปรุงเพื่อรักษาหรือลดผลกระทบกับระบบนิเวศของโรงไฟฟ้าจะนะในอนาคตต่อไป

🦜จากผลการสำรวจบริเวณโรงไฟฟ้าจะนะ ในช่วงเดือนมกราคม – ธันวาคม 2561 พบนกจำนวน 40 วงศ์ (Families) 66 ชนิด โดยแบ่งตามสถานะเป็น
1. นกประจำถิ่น (Resident) 46 ชนิด
2. นกอพยพ (Winter Visitor) 12 ชนิด
3. นกที่มีโอกาสเป็นได้ทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพ 7 ชนิด
4. นกอพยพมาทำรังวางไข่ (Breeding visitor) 1 ชนิด

📌 ในโพสต์นี้ได้นำนก 20 ชนิด ที่พบและถ่ายภาพมาจากนกที่พบจริงในบริเวณโรงไฟฟ้าจะนะ มาให้ทุกคนได้ศึกษากัน

 

นกปรอดสวน / Streak-eared Bulbul

สถานภาพ : นกประจำถิ่น
บริเวณที่พบ : แนวริมรั้วลวดหนาม และตามต้นไม้ทั่วบริเวณโรงไฟฟ้า

เป็นนกปรอด (bulbuls) ที่พบเห็นได้ง่ายและชุกชุมที่สุดในประเทศไทย ปรับตัวให้อาศัยอยู่ตามสวน ลักษณะบริเวณหูมีลายขีดสีเทา ปีกสีน้ำตาล อกสีเทา ขนคลุมโคนขนหางด้านล่างสีเหลืองอมน้ำตาล ตัวผู้ มีตาสีเทา ส่วนตัวเมีย มีตาสีน้ำตาลออกเทา ขนคลุมโคนขนหางด้านล่างสีเหลืองอ่อน หากินตามต้นผลไม้ พุ่มไม้

 

นกตะขาบทุ่ง / Indian roller, Blue jay

สถานภาพ : นกประจำถิ่น พบบ่อย
บริเวณที่พบ : ริมรั้ว และเสาไฟฟ้า บริเวณถนนทางเข้าป้อมยามโรงไฟฟ้า ช่วงเช้าและช่วงเย็น

ปีกสีน้ำเงิน ตัวโต เกาะอยู่บนสายไฟฟ้าข้างทาง เจ้าของฉายา “เทพบุตรข้างถนน” พบได้ทั่วไปตามต้นไม้ริมทางหรือสายไฟ ทุ่งนา ป่าโปร่ง พบได้ทุกภาค ชอบอยู่ตามลำพัง ลีลาการเกี้ยวพาราสีอันผาดโผนของนกตะขาบ อันเป็นที่มาของชื่อภาษาอังกฤษว่า Roller ซึ่งนกตัวผู้จะทะยานขึ้นไปบนฟ้า และส่งเสียงร้องที่แหบแต่ก้องกังวาน พร้อม ๆ กับหมุนตัวอย่างฉวัดเฉวียนลงมาเกาะเพื่อเรียกร้องความสนใจจากตัวเมีย เมื่อบวกกับสีน้ำเงินสวยงามบนปีกที่เห็นได้ชัดในขณะบินด้วยแล้ว ทำให้พฤติกรรมการจับคู่ผสมพันธุ์ของนกชนิดนี้เป็นภาพที่น่าดู เหยื่อของนกตะขาบทุ่ง ได้แก่ ตั๊กแตน จิ้งหรีด แมลง ผีเสื้อกลางคืน และสัตว์มีกระดูกสันหลังตัวเล็ก ๆ เช่น กิ้งก่า จิ้งเหลน คางคก งู หนู และลูกนก

 

นกตีทอง / Coppersmith Barbet

สถานภาพ : นกประจำถิ่น
บริเวณที่พบ : สวนหย่อมบริเวณบ่อน้ำพุ 1 และ 2 สวนชุมชน

เนื่องจากเป็นนกสีสวยที่สามารถปรับตัวเข้ามาอยู่ใกล้ชุมชนจึงได้ฉายาว่า “ราชินีแห่งนกในเมือง” ตัวเขียว คอเหลือง อกและหน้าผากสีแดง ขอบตาเหลือง มักเกาะบนต้นไม้สูง ไม่ค่อยเห็นตัว แต่เป็นเจ้าของเสียงร้อง “ป๊ก ๆๆ” ตามยอดไม้เป็นจังหวะสมํ่าเสมอเหมือนกับช่างตีทอง (ฝรั่งว่าเหมือนกับช่างตีทองแดง) จะทำรังและนอนอยู่ในโพรงไม้โดยเจาะโพรงไม้เหมือนกับนกโพระดกประเภทอื่น ๆ หรือชอบเจาะโพรงไม้แห้งเพื่อหาหนอนเป็นอาหาร กินผลไม้ เช่น ลูกไทร แต่บางครั้งก็กินแมลงอื่น ๆ ด้วย

 

นกอีวาบตั๊กแตน / Plaintive Cuckoo

สถานภาพ : นกประจำถิ่น บริเวณที่พบ : พุ่มไม้ริมรั้ว สวนชุมชน

เพศผู้และเพศเมียจะแตกต่างกันชัดเจน คือ เพศเมียจะมีชุดขนสีน้ำตาลลาย อาหารจำพวกหนอนผีเสื้อ เป็นนกที่ “วางไข่ในรังนกชนิดอื่น” (brood parasite) เช่นเดียวกับนกกาเหว่า และนกคัคคูอีกหลายชนิด เจ้าของรังมักเป็นนกกระจิบซึ่งตัวเล็กกว่า รังไหนถูกนกอีวาบตั๊กแตนไปวางไข่ ลูกนกกระจิบครอกนั้นทั้งหมดจะถูกลูกนกอีวาบตั๊กแตนผลักออกจากรังตั้งแต่ยังเป็นไข่

 

นกกระสาแดง / Purple Heron

สถานภาพ : นกประจำถิ่น และ นกอพยพ จัดเป็นนกที่ใกล้สูญพันธุ์ (Endangered)
บริเวณที่พบ : แหล่งชุ่มน้ำสวนชุมชน พบเข้ามาหากินบางช่วงบริเวณบ่อทิ้งตะกอนดินโรงผลิตน้ำช่วงเวลาเย็น พบไม่บ่อย

มักเดินหากินเพียงลำพัง หาอาหารตามบริเวณน้ำตื้นแหล่งน้ำในที่ราบ ล่าเหยื่อจำพวกปลา กบ และแมลงโดยใช้จะงอยปากที่ยาวและแหลมคม พฤติกรรมการล่าเหยื่อ มักจะยืนรอเหยื่อนิ่ง ๆ หรือค่อย ๆ เดินไล่ตามเหยื่อ นกกระสาแดงบินได้ช้า เวลาบินหดคอเข้าลำตัวเป็นรูปตัว S คอที่ยาวนี้บางครั้งอาจมองดูคล้ายงู ปัจจุบันได้จัดให้เป็นนกที่ใกล้สูญพันธุ์ (Endangered) ไปจากประเทศไทยเช่นเดียวกับนกกระสานวล เนื่องจากลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว จนเหลืออยู่ในธรรมชาติน้อยมาก

 

นกแอ่นทุ่งใหญ่ / Oriental Pratincole

สถานภาพ : นกอพยพมาทำรังวางไข่
บริเวณที่พบ : สนามฟุตบอล, สนามหญ้าและถนนรอบอ่างเก็บน้ำ 1 และ 2 (ม.ค.-มิ.ย)

มีจุดเด่นที่โคนปากสีแดงสดใส ปลายปากดำ และมีเส้นสีดำลากจากใต้ตาทั้งสองข้างลงมาบรรจบกันที่คอ ตัวผู้และตัวเมียคล้ายคลึงกันแต่ตัวผู้จะตัวโตกว่าเล็กน้อย สีสันโดยรวมของนกชนิดนี้เป็นสีน้ำตาลอ่อน ลำตัวด้านล่างสีอ่อนกว่าลำตัวด้านบน ขาสั้น ปีกยาวปลายแหลมและหางเป็นแฉกสีดำเหมือนหางปลา ขณะบินคล้ายนกนางแอ่น นกแอ่นทุ่งใหญ่อาศัยอยู่ในประเทศอินโดนีเซีย ปาปัวนิวกีนี ออสเตรเลียและหมู่เกาะ ทางมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ ในช่วงฤดูหนาวจะบินอพยพมายังประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อทำรังวางไข่ เลี้ยงดูลูกอ่อนจนโตพอที่จะเดินทางได้ สภาพเหมาะสมที่พบคือเป็นทุ่งนา ทุ่งโล่ง เขตเกษตรกรรม

 

นกนางแอ่นแปซิฟิก / Pacific Swallow

สถานภาพ : นกประจำถิ่น
สถานที่พบ : ใกล้ Cooling Tower บริเวณถนน และ Holding Pond 1

มีลำตัวด้านบนสีน้ำเงินเข้มเหลือบสะท้อนแสง หน้าผากและคอสีส้ม ดูเผิน ๆ คล้ายนกนางแอ่นบ้าน (Barn Swallow) ต่างกันตรงที่นกนางแอ่นแปซิฟิกมีสีส้มที่หน้าผากลึกเข้าไปเกือบถึงกลางกระหม่อม ไม่มีแถบสีดำคาดอก ท้องสีเทาอมน้ำตาลไม่ขาวโพลน หางสั้นกว่าและมีลายเกล็ดสีดำที่ก้น ใกล้ปลายขนหางมีลายจุดเล็ก ๆ หางแฉก ขนหางคู่นอกไม่ยาวเหมือนนกนางแอ่นบ้าน นกวัยอ่อนมีสีตุ่นกว่าตัวเต็มวัย ชนิดย่อย abottii ที่พบในไทยมีสีส้มจางกว่านกนางแอ่นบ้านอย่างเห็นได้ชัด แม้จะชื่อ “นกนางแอ่นแปซิฟิก” แต่ขอบเขตการกระจายพันธุ์ไม่ได้จำกัดอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกเท่านั้น ยังพบได้ในมหาสมุทรอินเดียด้วย ตามปกติจะหากินและส่งเสียงร้องในยามบ่ายมากกว่าช่วงเวลาอื่น บินฉวัดเฉวียนหากินไม่สูงเท่านกนางแอ่นชนิดอื่น ๆ มักจับแมลงในระดับไม่สูงไปกว่ายอดไม้มากนัก

 

นกยางกรอกพันธุ์จีน / Chinese Pond Heron

สถานภาพ : นกอพยพ
บริเวณที่พบ : สนามหญ้าบริเวณทางเข้าโรงไฟฟ้า ใกล้คูระบายน้ำ, บริเวณสนามหญ้าใกล้บ่อน้ำพุ
สนามฟุตบอล, รอบอ่างเก็บน้ำ, พื้นที่ชุ่มน้ำสวนชุมชน ช่วงเช้า (ต.ค-เม.ย.)

เป็นนกยางที่ปรับตัวเก่งและกินอาหารได้หลายประเภท นอกฤดูผสมพันธุ์ จะมีปากสีเหลือง ปลายปากดำ หัว คอ และอกสีน้ำตาลเหลือง มีลายขีดหนาสีน้ำตาลเข้ม ลำตัวด้านบนสีน้ำตาลแกมเทาเข้ม ลำตัวด้านล่างขาว แข้งและตีนเหลือง หรือแกมเขียว ขณะบินเห็นปีกและหางขาวลำตัวสีเทา ในช่วงฤดูผสมพันธุ์มีปากเหลืองสดปลายดำ หนังรอบตาเขียวแกมเหลือง หัว คอ และอกสีน้ำตาลแดงเข้มแกมเลือดหมู หลังและขนคลุมไหล่สีเทาดำ ตามปกติจะยืนซุ่มหรือย่องหากินตามชายน้ำอย่างช้า ๆ เมื่อปลาว่ายน้ำเข้ามาใกล้จึงจะใช้ปากพุ่งออกไป จับเหยื่ออย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังชอบหากินอยู่ตามสนามหญ้า เพื่อจับไส้เดือน แมลงและสัตว์ขนาดเล็กอื่น ๆ กินด้วย

 

นกตีนเทียน / Black-winged Stilt

สถานภาพ : นกประจำถิ่น และ นกอพยพ
บริเวณที่พบ : แหล่งชุ่มน้ำสวนชุมชน

ตัวผู้ปากบางแหลมและยาวตรงสีดำ หัวละลำตัวขาว ปีกและลำตัวด้านบนดำ ขายาวมากสีชมพูแดง บางตัวอาจมีสีดำที่หัวและท้ายทอย ตัวเมียลำตัวด้านบนแกมน้ำตาล หัวและท้ายทอยอาจมีแถบสีเทา เสียงร้อง “กิ๊ก..กิ๊ก..กิ๊ก” หากินตามพื้นที่ชุ่มน้ำ ทุ่งนา นาเกลือ และชายฝั่งทะเล

 

นกเด้าดิน / Common Sandpiper

สถานภาพ : นกอพยพ พบได้บ่อยในทุกสภาพแวดล้อม
บริเวณที่พบ : สนามหญ้าบริเวณอ่างเก็บน้ำ 1 และ 2, Holding Pond 1

ส่วนใหญ่พบเกาะอยู่ตามขอบริมน้ำ ขณะที่ยืนและเดินหางจะกระดกขึ้นลง ขณะบินจะเห็นแถบสีขาวที่ปีกได้ชัดเจน

 

นกเด้าดินทุ่งเล็ก / Paddyfield Pipit

สถานภาพ : นกประจำถิ่น พบบ่อยมาก
บริเวณที่พบ : พบได้ทั่วไปตามสนามหญ้าบริเวณโรงไฟฟ้า และ สนามหญ้าบริเวณรอบ ๆ อ่างเก็บน้ำ

ภาพนกสีน้ำตาลลาย ๆ ที่ขณะที่ยืนและเดินตามปกติหางจะกระดกขึ้นลง วิ่ง ๆ หยุด ๆ จิกแมลงกิน ตามสนามหญ้าในสวน นกเพศผู้ตัวใหญ่กว่าเพศเมีย ตรงนี้น่าจะพออธิบายได้ว่าทำไมจึงมักเห็นนกเด้าดินทุ่งสองตัวที่ขนาดต่างกันเล็กน้อยยืนอยู่ด้วยกัน

 

นกเขาไฟ / Red Collared Dove

สถานภาพ : นกประจำถิ่น
บริเวณที่พบ : บริเวณสวนหย่อมในโรงไฟฟ้า

ตัวผู้มีปีกสีน้ำตาลแดงอ่อน หัวสีเทา ลำตัวจะมีสีน้ำตาลแดง คอสั้นมีสีดำคาด หาอาหารตามพื้นดิน ได้แก่ เมล็ดพันธุ์ต่าง ๆ ข้าว และแมลง

 

นกกะเต็นอกขาว / White-throated Kingfisher

สถานภาพ : นกประจำถิ่น พบบ่อย
บริเวณที่พบ : บริเวณสายไฟและริมรั้วลวดหนามทางเข้าโรงไฟฟ้า, บริเวณบ่อน้ำพุ, พุ่มไม้ริมรั้วใกล้ Holing Pond 1, อ่างเก็บน้ำ 1 และ 2 สวนชุมชน

นกกะเต็นอกขาวมีหัว หลังตอนบน ไหล่ และท้องสีน้ำตาลเข้ม คอและอกขาว ปากแดงสด จุดจำแนก หลังและหางฟ้าเข้ม ขาและตีนแดง ขณะบินมีแถบขาวใหญ่ ที่ปีก เสียงร้อง แหลม ครี้..ครี้..ครี้ และก้องดัง แก๊ก..แก๊ก..แก๊ก พบตามบริเวณแหล่งน้ำทั่วไปในที่โล่ง พื้นที่แห้งแล้งกว่าชนิดอื่น กินสัตว์น้ำต่าง ๆ โดยการเกาะตามกิ่งไม้ ตอไม้ หรือสายไฟแล้วบินโฉบจับด้วยปาก บางครั้งพบบินโฉบจับแมลง มักหากินตามลำพัง

นกกะเต็น (Kingfisher) เป็นนกที่หลายคนชื่นชอบเพราะสีสันสวยงามและปากอันใหญ่โตไม่สมส่วน ที่ใช้จับปลาหรือสัตว์อื่น ๆ กินเป็นอาหาร บางชนิดมีนิสัยชอบกระดกหัวเมื่อเล็งเห็นเหยื่อ เราคุ้นเคยกับนกกะเต็นเพราะหลายชนิดชอบเกาะสายไฟฟ้าเพื่อมองหาเหยื่อเหนือที่โล่ง แต่นิสัยขี้ระแวงทำให้เข้าใกล้ได้ยาก

 

นกจาบคาหัวเขียว / Blue-tailed Bee-eater

สถานภาพ : นกประจำถิ่น และ นกอพยพ พบบ่อยมาก
บริเวณที่พบ : แนวริมรั้วลวดหนาม บริเวณสายไฟหน้าป้อมทางเข้าโรงไฟฟ้า สวนหย่อมบริเวณบ่อน้ำพุ ใกล้สนามฟุตบอล สวนชุมชน

ปากยาวเรียวโค้ง รูปร่างเพรียว ปีกยาวแหลม ปากมีแถบสีดำพาดผ่านไปยังตาลงมาจนถึงท้ายทอยที่ปลายหางจะมีขนคู่กลางยื่นยาวออกมาเห็นได้ชัดเจน เป็นมีนกสีสันสวยงามมักเกาะบริเวณสายไฟฟ้า เป็นนักร่อนลมตัวสีเขียวที่เพิ่มสีสันให้กับการดูนกข้างถนน สายไฟฟ้าเป็นทำเลอันยอดเยี่ยมในการหาเหยื่อในที่เปิดโล่ง เสียงร้อง เล็ก แหลมรัว “ตริ๊ ๆๆ” คอยพุ่งโฉบกินแมลงที่บินอยู่ในอากาศ โดยเฉพาะผึ้ง ด้วยการโฉบจับกลางอากาศแล้วนำมากินบริเวณที่พักเกาะ

 

นกอีเสือสีน้ำตาล / Brown Shike

สถานภาพ : นกอพยพ
บริเวณที่พบ : บริเวณริมรั้วลวดหนามทางเข้าโรงไฟฟ้า, บริเวณสวนใกล้สนามฟุตบอล (ต.ค-เม.ย.)

นกอีเสือสีน้ำตาลจัดได้ว่าเป็นนกที่มีประโยชน์ต่อมนุษย์อย่างมากชนิดหนึ่ง เพราะช่วยกำจัดศัตรูพืชทางการเกษตร แต่ปริมาณของนกในธรรมชาติเริ่มเหลือน้อย จนหมิ่นเหม่ต่อการสูญพันธุ์ ตัวเต็มวัยด้านบนลำตัวสีน้ำตาลแกมเทา จนถึงน้ำตาลแดง หน้าผากและคิ้วสีขาว แถบคาดตาสีดำ กระหม่อม ขนคลุมโคนขาหางด้านบนและหางสีเข้มกว่าด้านบนลำตัวส่วนที่เหลือ ด้านลำตัวสีขาวจนถึงสีเหลือง พบตามที่โล่งใกล้แหล่งน้ำหรือบริเวณที่ค่อนข้างแห้งแล้ง อาหารได้แก่แมลง ตัวหนอน กบ กิ้งก่า นก หนู และ สัตว์ขนาดเล็กต่าง ๆ

 

นกกินปลีอกเหลือง / Olive-backed Sunbird, Yellow-bellied Sunbird

สถานภาพ : นกประจำถิ่น
บริเวณที่พบ : สวนหย่อมใกล้สนามฟุตบอลที่บ่อน้ำพุ 2, พุ่มไม้ริมรั้ว

นกกินปลี (Sunbird) เป็นนกที่มีขนาดเล็กใกล้เคียงกับนกฮัมมิงเบิร์ด พบได้ในเมืองไทย 15 ชนิด เป็นนกประจำถิ่น 13 ชนิด อพยพมาในฤดูหนาว 2 ชนิด ลักษณะทั่วไปก็จะมีปากเรียวเล็กโค้งยาวมีลิ้นที่ม้วนเป็นท่อสำหรับไว้หากินน้ำหวานจากดอกไม้ แต่บางครั้งก็มีกินแมลงเป็นอาหารเสริมบ้าง ตัวผู้มีสีสันฉูดฉาดสวยงาม สีน้ำเงินเหลือบดำเป็นมันวาวที่บริเวณคอจนถึงหน้าอก ซึ่งสีน้ำเงินนี้จะไม่พบในนกกินปลีอกเหลืองตัวเมีย

 

นกกระติ๊ดขี้หมู / Scaly- breasted Munia

สถานภาพ : นกประจำถิ่น
บริเวณที่พบ : พบบริเวณทั่วไปในโรงไฟฟ้า ตามแนวพุ่มไม้

นกขนาดเล็ก ปากสีดำ เป็นปากกรวย คอสั้น คอหอยสีดำ ด้านบนลำตัวสีน้ำตาลอ่อน หางและขนคลุมโคนขนหางด้านบนสีน้ำตาลอ่อนมีลายเกล็ดสีขาว ท้อง และขนคลุมโคนขนหางด้านล่างสีขาว พบเป็นคู่ หรือ เป็นฝูง มักพบบินเกาะกลุ่มกันลักษณะคล้ายฝูงผึ้งในการออกหากิน อาหาร ได้แก่ เมล็ดข้าวเปลือก ธัญพืช เมล็ดหญ้า แมลง และตัวหนอน รังเป็นรูปทรงกลม ทำจากใบหญ้า ใบไม้ รองรังด้วยวัสดุอ่อนนุ่ม โดยนำมา สุมกองกันตามง่ามไม้

นกเอี้ยงด่าง / Asian Pied Starling

สถานภาพ : นกประจำถิ่น บริเวณที่พบ : อาจพบหากินเดินปะปนอยู่กับนกเอี้ยงทั่วไป

ตัวเต็มวัยบริเวณหัวคอหอยและอกตอนบนสีดำ มีลายแถบสีขาวที่หน้าผากและด้านข้างของหัว ด้านบนลำตัวสีออกดำ ตะโพกและช่วงไหล่มีลายพาดสีขาว ด้านล่างลำตัวสีขาว ขนปีกด้านล่างสีขาว ตาสีขาวแกมเทา วงรอบเบ้าตาสีส้ม โคนปากสีแดงแกมสีส้ม นิ้วสีเหลือง เมื่อมีสิ่งรบกวนจะบินหนีและบินลงมายังที่เดิมเมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้ว

นกกระจ้อยป่าโกงกาง / Golden-bellied Gerygone

สถานภาพ : นกประจำถิ่น บริเวณที่พบ : บริเวณสวนรอบบ่อน้ำพุ 2

เป็นนกที่มีขนาดเล็กเพียงประมาณ 9 ซม.เท่านั้น ตัวเล็กและมีหางที่สั้น มีขนคลุมตัวด้านบนสีน้ำตาล อมเทา ด้านล่างสีเหลือง อาจเป็นเหลืองอ่อนหรือเหลืองเข้ม มีปาก ตา สีดำ หัวตาและขอบหางสีขาว ลำตัวด้านบนกับด้านล่างสีตัดกันอย่างเห็นได้ชัด เสียงร้องแหลม ใส ยาว เหมือนเสียงผิวปาก หากผิวปากเลียนเสียง บางทีก็จะออกมาให้เห็นตัวชัด ๆ มักพบตามลำพัง หรือเป็นคู่ หากินตามกิ่งไม้ต่ำ ๆ

นกเป็ดแดง / Lesser whistling Duck

สถานภาพ : นกประจำถิ่น และ นกอพยพ
บริเวณที่พบ : บริเวณสวนชุมชน (ต.ค-มี.ค)

มักพักอยู่ในบริเวณแหล่งน้ำขนาดใหญ่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ช่วงที่จะพบเห็นได้บ่อย คือ ตุลาคม ถึง มีนาคมของทุกปี เสียงร้อง ค่อนข้างแหลม เป็นจังหวะยาว ๆ สั้น ๆ คล้ายเสียงผิวปาก ดัง “ซี-ซิก” บริเวณคอจะมีสีน้ำตาลแดง ปากแบน ลำตัวมีสีน้ำตาลเข้ม นกชนิดนี้บางตัวก็อพยพ บางตัวก็ไม่ มักอยู่รวมกันเป็นฝูง อาหารได้แก่พืชน้ำ สัตว์น้ำจำพวก ปลา กบ ไส้เดือน