Home ประเด็นร้อน จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นร่างแผน PDP ฉบับใหม่ เน้นสร้างสมดุลระบบไฟฟ้าตามรายภูมิภาคเป็นหลัก

จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นร่างแผน PDP ฉบับใหม่ เน้นสร้างสมดุลระบบไฟฟ้าตามรายภูมิภาคเป็นหลัก

สนพ. จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นร่างแผน PDP ฉบับใหม่ เน้นสร้างสมดุลระบบไฟฟ้าตามรายภูมิภาคเป็นหลัก ด้าน กฟผ. รับหน้าที่สร้างโรงไฟฟ้าหลักเพื่อความมั่นคง

กฟผ. ร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผน PDP ฉบับใหม่ หรือ Public Hearing ภาคตะวันออก จัดโดย สนพ. เผยร่าง PDP ฉบับใหม่เน้นสร้างสมดุลระบบไฟฟ้าตามรายภูมิภาค ส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่ำ และการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน โดยสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงยังคงใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก ด้าน กฟผ. รับหน้าที่สร้างโรงไฟฟ้าหลักเพื่อความมั่นคง

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2561 นายพัฒนา แสงศรีโรจน์ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ของประเทศไทยฉบับใหม่ หรือ Public Hearing ภาคตะวันออก ซึ่งจัดโดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ร่วมกับผู้แทนจาก สนพ. ผู้แทนจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สกพ.) ผู้แทนจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพื่อร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยมีประชาชน หน่วยงานภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมรับฟังจำนวนมาก ณ โรงแรมบางแสน เฮริเทจ จังหวัดชลบุรี

นายพัฒนา แสงศรีโรจน์ กล่าวว่า กฟผ. ได้เข้าไปมีส่วนร่วมเป็นหนึ่งในคณะทำงานจัดทำแผน PDP สิ่งสำคัญที่เป็นหน้าที่ของ กฟผ. คือทำอย่างไรให้ระบบไฟฟ้าของประเทศตามแผน PDP ฉบับใหม่นี้มีความมั่นคง แน่นอนว่าพลังงานหมุนเวียนเข้ามาย่อมมีผลกระทบ เพราะพลังงานหมุนเวียนส่วนใหญ่ยังอยู่นอกระบบ และเมื่อแดด ลม ไม่ทำงาน ผู้ใช้ไฟจะเปลี่ยนมาพึ่งระบบไฟฟ้าหลักอยู่ดี อย่างไรก็ตามโลกมีการเปลี่ยนแปลง กระแสการลดใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลหันไปพึ่งพาพลังงานจากธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น ซึ่งตามร่างแผน PDP ฉบับใหม่นี้ได้เพิ่มพลังงานหมุนเวียนให้เข้ามามีบทบาทมากขึ้น เน้นให้เกิดการแข่งขันโดยที่รัฐไม่ต้องอุดหนุนหรืออุดหนุนน้อยลง จากการพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าตามแผน PDP ใหม่ ในช่วงราว 10 ปีนี้ ประเทศไทยยังคงมีไฟฟ้าอย่างเพียงพอต่อความต้องการ โดยไม่ต้องสร้างเพิ่ม ยกเว้นในส่วนที่มีสัญญาผูกพันอยู่เดิม อย่างไรก็ตาม ร่าง PDP ฉบับนี้อาจเหมาะสมกับบริบทในปัจจุบัน แต่ในภายหน้าอาจต้องมีการปรับปรุงเพิ่มเติมเพื่อให้เหมาะสมกับบริบทต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงต่อไป

สำหรับร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ของประเทศไทยฉบับใหม่ได้มีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงไปจากแผนเดิม เนื่องจากแผน PDP 2015 ใช้การพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าจากระบบ 3 การไฟฟ้าเท่านั้น ซึ่งในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไป ประชาชนหันไปติดโซลาร์รูฟท็อปกันเป็นจำนวนมากทำให้การใช้ไฟฟ้าที่แสดงในระบบ 3 การไฟฟ้า ไม่ใช่ตัวเลขการใช้ไฟฟ้าของประเทศที่แท้จริง ซึ่งปัจจุบันความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ความต้องการใช้ไฟฟ้าของ 3 การไฟฟ้าลดลง ด้วยเหตุนี้จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับแผน PDP ให้สอดคล้องกับสถานการณ์การใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไป

โดยในการจัดทำร่างแผน PDP ฉบับใหม่ได้ให้ความสำคัญใน 3 ด้านคือ

1. ด้านความมั่นคง โดยการสร้างสมดุลระบบไฟฟ้าตามรายภูมิภาค มีการพิจารณาโรงไฟฟ้าเพื่อความมั่นคงในระดับที่เหมาะสม และเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้า เปลี่ยนเกณฑ์ความมั่นคงจากเดิมที่ต้องมี Reserve Margin ร้อยละ 15 เป็นการมีกำลังผลิตที่เชื่อถือได้ โดย Demand ครอบคลุมกรณีโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดของแต่ละภาคหยุดเดินเครื่องฉุกเฉิน

2. ด้านราคา โดยส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่ำ เพื่อรักษาระดับราคาค่าไฟฟ้าขายปลีกไม่ให้สูงขึ้น

3. ด้านสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การพัฒนาสู่ระบบ Smart Grid เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงตลาดสู่การที่ผู้ใช้ไฟฟ้ากลายเป็นผู้ผลิตเอง (Prosumer) ในอนาคตด้วย

การจัดทำร่าง PDP ดังกล่าวอยู่บนพื้นฐานการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเฉลี่ยปีละ ร้อยละ 3.8 โดยปัจจุบันกำลังการผลิตไฟฟ้ามีอยู่ราว 46,090 เมกะวัตต์ โดยเมื่อสิ้นแผนในปี 2580 ประเทศจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ 73,211 เมกะวัตต์ ซึ่งในจำนวนดังกล่าวนี้จะเป็นกำลังการผลิตใหม่ 51,415 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 20,757 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับของ กฟผ. 500 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าโคเจอเนอเรชั่น 1,105 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (กฟผ. / IPP) 13,156 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าถ่านหิน (กฟผ. / IPP) 1,740 เมกะวัตต์ รวมถึงจะเปิดให้มีการประมูลโรงไฟฟ้าจากผู้ผลิตรายใหญ่ หรือ IPP ที่จะให้เอกชนเข้ามาแข่งขันกับ กฟผ. 8,300 เมกะวัตต์ หรือราว 10 แห่ง และการซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศ 5,857 เมกะวัตต์ โดยไม่มีแผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โดยสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงยังคงใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักถึงร้อยละ 53 ขณะที่สัดส่วนการใช้ถ่านหินลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 12 จากแผนเดิมอยู่ที่ร้อยละ 20 – 25 และซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้านราวร้อยละ 9

ในส่วนการจัดสรรโรงไฟฟ้า ณ สิ้นแผนปี 2580 ค่าพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของระบบ 3 การไฟฟ้า ตามร่างแผน PDP 2018 มีค่าประมาณ 54,000 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจากกำลังผลิตของประเทศในปัจจุบันน่าจะเพียงพอต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าไปจนถึงราวปี 2568 แต่ตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไปกำลังผลิตที่เชื่อถือได้จะต่ำกว่าความต้องการใช้ ทำให้การจัดสรรโรงไฟฟ้าจะมีการใช้เกณฑ์ความมั่นคงในรายภูมิภาคเป็นหลัก พร้อมดูศักยภาพของพลังงานหมุนเวียนในรายภูมิภาค อาทิ ภาคเหนือ ปัจจุบันโรงไฟฟ้าหลักในภาคเหนือ คือ โรงไฟฟ้าแม่เมาะ แต่ในปี 2567 โรงไฟฟ้าแม่เมาะจะเริ่มปลดออกจากระบบเนื่องจากหมดอายุการใช้งาน ตามร่างแผน PDP ฉบับใหม่จะมีโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทนขึ้น นอกจากนี้ยังเพิ่มสัดส่วนของพลังงานทดแทนเข้ามาเสริมมากขึ้น ประกอบด้วย โซลาร์ประชาชน New Biomass โซลาร์ลอยน้ำและพลังงานลม

ทั้งนี้ การเปิดรับฟังความคิดเห็นระดับภูมิภาคได้ดำเนินการครบแล้ว 4 ภูมิภาค ในพื้นที่ภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดขอนแก่น ภาคใต้ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และภาคตะวันออกที่จังหวัดชลบุรี จากนั้นจะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นอีกครั้งที่กรุงเทพฯ ซึ่งความเห็นต่างๆ ที่ได้จากทุกเวที สนพ. จะนำไปเป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงแผน PDP ฉบับใหม่ เพื่อสรุปนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2561 นี้ และนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป