Home เรื่องน่าสนใจ ย้อนอดีต 46 ปี โรงไฟฟ้าพระนครใต้ ทุกก้าวแห่งการพัฒนาที่ไม่หยุดยั้ง

ย้อนอดีต 46 ปี โรงไฟฟ้าพระนครใต้ ทุกก้าวแห่งการพัฒนาที่ไม่หยุดยั้ง

6 พฤศจิกายน 2515 เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินประกอบพิธีเปิดโรงไฟฟ้าพระนครใต้ จ.สมุทรปราการ นับตั้งแต่วันนั้น โรงไฟฟ้าแห่งนี้ ได้ทำหน้าที่สร้างความมั่นคงทางพลังงานไฟฟ้าให้คนไทยมาตลอด 46 ปี


ช่วงปี 2509 ความต้องการไฟฟ้าของประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ ไทยมีแหล่งพลังงานไฟฟ้าเพียง 2 แห่งคือ เขื่อนภูมิพล และโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ จึงต้องขยายแหล่งผลิตไฟฟ้าที่มีต้นทุนการผลิตต่ำและมีความมั่นคงในระบบไฟฟ้า

รัฐบาลจึงได้อนุมัติ “โครงการโรงไฟฟ้าพระนครใต้” ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อน เข้ามาเป็นแหล่งพลังงานหลักของประเทศ ในช่วงเริ่มแรก โรงไฟฟ้าพระนครใต้ เครื่องที่ 1-5 กำลังผลิตรวม 1,130 เมกะวัตต์ ใช้น้ำมันเตาเป็นเชื้อเพลิง และขณะนั้นเป็นโรงไฟฟ้าใหญ่ที่สุด และมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด ในอาเซียน ทำหน้าที่ช่วยเสริมความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทยและขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไทยให้เติบโต

ต่อมาในปี 2524 วิศวกรรมของโรงไฟฟ้าพระนครใต้ได้ปรับปรุงให้โรงไฟฟ้าให้สามารถใช้ ‘ก๊าซธรรมชาติ’ เป็นเชื้อเพลิงได้ด้วย ทำให้โรงไฟฟ้าแห่งนี้เป็นโรงไฟฟ้าแห่งแรกของประเทศที่ใช้ก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยมาใช้ผลิตไฟฟ้า เพื่อตอบรับการเริ่มผลิตก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย และราคาน้ำมันในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้น

จากเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ต้นทศวรรษ 2530 กฟผ. ในฐานะผู้สร้างความมั่นคงทางพลังงานไฟฟ้าของชาติจึงมีแผนก่อสร้าง “โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมพระนครใต้” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุดในขณะนั้นเพิ่มเติม โดยสามารถผลิตไฟฟ้าได้มากขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย

โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมพระนครใต้มีทั้งหมดจำนวน 3 ชุด กำลังผลิตรวม 1,720.6 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพระนครใต้ ทั้งโรงไฟฟ้าพลังความร้อน และโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมได้ทำหน้าที่สร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทย รวมไปถึงช่วยรอบรับความต้องการในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลตลอดมา

อย่างไรก็ดี โรงไฟฟ้าพลังความร้อน เครื่องที่ 1-5 จำเป็นต้องปลดระวางลงจากหน้าที่ หลังจากทำหน้าที่มายาวนานมากกว่า 40 ปี โดยในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 ซึ่งเป็นวาระครบรอบการเสด็จพระราชดำเนินประกอบพิธีเปิดโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ได้มีการทำพิธีรื้อถอนอย่างเป็นทางการ

ในขณะเดียวกัน เพื่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ทาง กฟผ. ได้ดำเนินการก่อสร้าง “โรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ระยะที่ 1” กำลังผลิต 1,350 เมกะวัตต์ ตามแผน PDP2015 มีกำหนดเริ่มต้นเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2562 เพื่อทดแทนกำลังการผลิตที่หายไปของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนพระนครใต้ เครื่องที่ 1-5 ซึ่งจะมีความสำคัญต่อการจ่ายไฟฟ้าให้พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ในปี 2565 อนาคตอันใกล้นี้ จะมีการปลดโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมพระนครใต้ ชุดที่ 1-2 ออกจากระบบ จึงจะก่อสร้าง “โรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ระยะที่ 2” ขึ้นมาทดแทน โดย กฟผ. จะยังคงยึดมั่นให้พลังงานไฟฟ้าส่งเสริมเศรษฐกิจของชาติ ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

“ขอให้โรงไฟฟ้าพลังไอน้ำพระนครใต้แห่งนี้จงสถิตสถาพร อยู่ชั่วกาลนาน เป็นกำลังส่งเสริมให้เศรษฐกิจของประเทศไทยได้รุดหน้าก้าวไปโดยไม่หยุดยั้ง เป็นพลังจรรโลงมาตรฐานการครองชีพของราษฎรทั้งมวลให้สูงส่งยิ่งขึ้นไป และเป็นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรืองของแผ่นดินไทย ทั้งในปัจจุบันและอนาคต” พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 พระราชทานไว้ ในวโรกาสทรงประกอบรัฐพิธีขนานเครื่องโรงไฟฟ้าพระนครใต้ วันที่ 6 พฤศจิกายน 2515